หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ผลสำรวจเผยพาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุดในโลกกลับถูกจำกัดการเดินทางมากที่สุดในตอนนี้  (อ่าน 11 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 ก.ค. 22, 10:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ผลการจัดอันดับดัชนีพาสปอร์ตของเฮนลี่ย์ (Henley Passport Index) ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association หรือ IATA) เผยให้เห็นว่า ปัจจุบัน ผู้ถือพาสปอร์ตที่สามารถเดินทางไปยังประเทศและดินแดนต่าง ๆ ได้มากที่สุด กลับถูกจำกัดเสรีภาพในการเดินทางมากที่สุด โดยจากการจัดอันดับพาสปอร์ตทั่วโลกตามจำนวนจุดหมายที่เดินทางไปได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า (visa-free) หรือขอรับการตรวจลงตราที่ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (visa-on-arrival) พบว่า ญี่ปุ่นยังครองอันดับ 1 ด้วยจุดหมายที่เดินทางไปได้สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 193 แห่ง ขณะที่สิงคโปร์และเกาหลีใต้รั้งอันดับ 2 ร่วม ที่ 192 แห่ง

แม้พลเมืองของทั้งสามประเทศจะสามารถเดินทางไปยังจุดหมายทั่วโลกได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ 17 ปีของการจัดทำดัชนี แต่ข้อมูลสถิติล่าสุดของ IATA กลับชี้ว่า ความต้องการเดินทางระหว่างประเทศของผู้โดยสารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีเพียง 17% ของระดับก่อนเกิดโควิด และอยู่ต่ำกว่า 10% เกือบตลอดสองปีที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าห่างจากแนวโน้มทั่วโลกอย่างมาก โดยในยุโรปและอเมริกาเหนือฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 60% ของระดับก่อนเกิดโรคระบาด ทั้งนี้ ดร. มารี โอเวนส์ ทอมเซน (Dr. Marie Owens Thomsen) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IATA ได้ให้ความเห็นไว้ในรายงานการเดินทางทั่วโลกของเฮนลี่ย์ (Henley Global Mobility Report) ประจำไตรมาส 3 ปี 2565 ว่า ภายในปี 2565 จำนวนผู้โดยสารน่าจะสูงถึง 83% ของระดับก่อนเกิดโรคระบาด "ในปีหน้า ตลาดหลายแห่งน่าจะมีจำนวนผู้โดยสารแตะหรือสูงกว่าระดับก่อนเกิดโรคระบาด และคาดว่าจะเป็นเช่นนั้นทั่วโลกในปี 2567"

ผลการจัดอันดับเผยให้เห็นว่า ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ครองอันดับที่เหลือใน 10 ประเทศที่มีพาสปอร์ตทรงอิทธิพลที่สุด โดยเยอรมนีและสเปนอยู่ในอันดับ 3 ร่วม และสามารถเดินทางสู่จุดหมาย 190 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า ขณะที่ฟินแลนด์ อิตาลี และลักเซมเบิร์ก ตามมาในอันดับ 4 ร่วม ด้วยจุดหมาย 189 แห่ง ด้านเดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน อยู่ในอันดับ 5 ร่วม ด้วยจุดหมาย 188 แห่ง ส่วนสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาตกไปอยู่อันดับ 6 และ 7 ตามลำดับ และอัฟกานิสถานยังคงรั้งอันดับสุดท้ายของดัชนี ด้วยจุดหมายเพียง 27 แห่งเท่านั้น ส่งผลให้ช่องว่างด้านการเดินทางระหว่างพาสปอร์ตที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดและน้อยที่สุดของโลกมีความแตกต่างกันมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนถึง 166 จุดหมาย

ความวุ่นวายในการเดินทางช่วงหน้าร้อน

หลังผ่านพ้นช่วงวันหยุดยาววันชาติ 4 กรกฎาคม ความสับสนวุ่นวายในการเดินทางในสหรัฐอเมริกาก็เริ่มบรรเทาลง แต่ปัญหาการขาดแคลนพนักงานและปัญหาอื่น ๆ ยังคงทำให้สายการบินทั่วยุโรปต้องยกเลิกเที่ยวบินหลายพันเที่ยวบิน จนเกิดการรอคิวนานหลายชั่วโมงตามสนามบินหลัก ๆ เช่น สนามบินฮีทโธรว์ต้องขอให้สายการบินต่าง ๆ หยุดขายตั๋วช่วงหน้าร้อน เนื่องจากสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักรประสบปัญหาในการรับมือกับการฟื้นตัวของการเดินทางทางอากาศ

ดร. คริสเตียน เอช. เคลิน (Dr. Christian H. Kaelin) ประธานของเฮนลี่ย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส (Henley & Partners) และผู้ริเริ่มแนวคิดการทำดัชนีพาสปอร์ต กล่าวว่า ความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นในระยะหลังเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจเลย "ผลสำรวจล่าสุดเป็นเครื่องตอกย้ำว่าคนเรามีความปรารถนาในการเชื่อมโยงกันทั่วโลก แม้ว่าบางประเทศจะมุ่งสู่การปิดประเทศและพึ่งพาตัวเองก็ตาม ผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของเรา ดังนั้น การฟื้นตัวและการฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินทาง รวมถึงสัญชาตญาณโดยธรรมชาติของเราในการเดินทางและย้ายถิ่นฐานเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา"

ยูเออีคือผู้ชนะท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด

ตลอดระยะเวลาสองปีแห่งความสับสนวุ่นวาย สิ่งหนึ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงคือ ความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของพาสปอร์ตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งขณะนี้รั้งอันดับ 15 โดยสามารถเดินทางสู่จุดหมาย 176 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ยูเออีไต่อันดับสูงสุดในดัชนี จากอันดับ 64 ด้วยจุดหมายปลายทางเพียง 106 แห่งในปี 2555 นอกจากนี้ รายงานสรุปข้อมูลการโยกย้ายความมั่งคั่งส่วนบุคคลของเฮนลี่ย์ (Henley Private Wealth Migration Dashboard) ยังแสดงให้เห็นว่า ยูเออีได้กลายเป็นจุดสนใจของนักลงทุนผู้มั่งคั่ง และคาดว่ายูเออีจะมีผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง (HNWI) ไหลเข้าประเทศมากที่สุดในโลกในปี 2565 ที่ระดับ 4,000 คน หรือพุ่งขึ้นถึง 208% จากปี 2562 ซึ่งมีผู้มีความมั่งคั่งระดับสูงไหลเข้าสุทธิ 1,300 คน และถือเป็นสถิติสูงสุดของประเทศ

ประเทศที่สงบสุขมีพาสปอร์ตทรงอิทธิพลกว่า

การวิจัยที่ไม่เหมือนใครซึ่งจัดทำโดยเฮนลี่ย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส เพื่อเปรียบเทียบการเดินทางโดยไม่ต้องขอวีซ่ากับคะแนนดัชนีสันติภาพโลก (Global Peace Index) ได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างอิทธิพลของพาสปอร์ตกับความสงบสุขของประเทศ โดยพบว่าทุกประเทศที่ติด 10 อันดับแรกในดัชนีพาสปอร์ตของเฮนลี่ย์ ก็ติด 10 อันดับแรกของดัชนีสันติภาพโลกเช่นกัน และเป็นไปในทำนองเดียวกันสำหรับประเทศที่รั้งท้ายตาราง

คุณสตีเฟน คลิมซัก-แมสชัน (Stephen Klimczuk-Massion) ผู้ดำรงตำแหน่ง Quondam Fellow ของซาอิด บิสิเนส สคูล (Sa?d Business School) แห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานการเดินทางทั่วโลกของเฮนลี่ย์ ประจำไตรมาส 3 ปี 2565 ว่า "พาสปอร์ตของคุณเป็นใบเบิกทางมากกว่าที่เคยเป็นมา ขึ้นอยู่กับว่าเป็นพาสปอร์ตของที่ใดและคุณกำลังจะไปที่ไหน โดยมีผลต่อการต้อนรับที่คุณจะได้รับ สถานที่ที่คุณสามารถไปได้ และความปลอดภัยเมื่อเดินทางไปถึง พาสปอร์ตไม่ได้เป็นเพียงแค่เอกสารการเดินทางที่อนุญาตให้คุณเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งอีกต่อไป จุดแข็งหรือจุดอ่อนของพาสปอร์ตส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ถือพาสปอร์ต และอาจเป็นสิ่งชี้เป็นชี้ตายได้ในบางสถานการณ์"

อ่านข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่ https://www.henleyglobal.com/newsroom/press-releases/2022-passport-index-global-mobility-q3

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  ทั่วไป 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม