หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: จับตา “สารี อ๋องสมหวัง” แห่งสภาผู้บริโภค หลังปล่อยเอกสารหลุด เอี่ยวคดีอาญา  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 19 ต.ค. 22, 20:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ช่วงนี้ทั้งทรูและดีแทค รวมถึงอีกหลายกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องแต่หิวแสงหรือพยายามจะเกี่ยวข้อง กับการรวมกิจการทรู-ดีแทค กำลังใจจดใจจ่อว่า วันที่ 20 ต.ค. นี้ กสทช. จะสรุปผลการพิจารณาควบรวมออกมาอย่างไร ช่วงระหว่างรอประกาศ ก็เลยได้เห็นการอาการ “เก็บทรงไม่อยู่” ของหลายคนที่ “ขยันเดินเกม” ผลัดกันรับส่งลูกอย่างต่อเนื่อง บางคนดีดมากจนถึงขั้น “งานเข้า”



ว่าด้วยประเด็นล่าสุดกับเอกสารหลุด ที่สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2565 เผยแพร่รายงานการศึกษาผลกระทบการควบรวมทรู-ดีแทค ที่ กสทช. จ้าง SCF Associates Ltd. บริษัทที่ปรึกษาต่างประเทศทำ โดยในวันเดียวกัน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ให้สัมภาษณ์สื่อ ปฏิเสธไม่ทราบว่าสภาองค์กรของผู้บริโภคเอาข้อมูลมาจากไหน เพราะตนยังไม่ทราบผลการศึกษา และยังไม่ได้รับเอกสาร

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ต.ค. นายไตรรงค์ ตันทสุข นักกฎหมาย ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน ได้เข้าแจ้งความในคดีอาญา หาตัวผู้กระทำความผิดฐานเปิดเผยความลับทางราชการ และบิดเบือนข้อความจริงหรือนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีผู้ต้องสงสัยเด่น ๆ คือ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กับ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีส่วนในการรู้เห็นหรือร่วมกันนำข้อมูลความลับของทางราชการมาเปิดเผย เพื่อชี้นำคัดค้านไม่ให้มีการควบรวมทรู-ดีแทค

วันต่อมา สารี อ๋องสมหวัง ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่าเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน โดยอ้างกฎหมายการจัดตั้งสภาฯ ว่าการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นไปโดยสุจริต ก็จะไม่มีความผิด



สำทับด้วยความเห็นของพวกพ้องเดียวกัน สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาองค์กรของผู้บริโภค และอดีต กสทช.ที่ยกประสบการณ์จากการทำงานในกสทช. มาก่อนว่า เอกสารที่สารีนำมาเผยแพร่ ไม่ได้ประทับตรา “ลับ” แสดงว่าเป็นเรื่องทั่วไปที่เปิดเผยได้ และก็เป็นเพียงรายงานวิจัยที่กสทช. ควรเปิดเผย

ทีนี้เรามาแกะกันเป็นจุด ๆ กัน

1. ต่อให้เป็นเอกสารรายงานวิจัยที่กสทช. ควรเปิดเผยตามที่สุภิญญากล่าวอ้าง ก็ควรจะนำออกมาเผยแพร่ในเวลาอันสมควร ด้วยดุลพินิจของบอร์ดกสทช. แต่ไม่ใช่เวลานี้ ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนหรือกระบวนการพิจารณาการควบรวม
ที่สำคัญคนของกสทช. เองที่อยู่ในที่ประชุม ยังไม่มีใครออกมาพูดกับสาธารณะด้วยตัวเองเลยสักคน ซึ่งอาจจะยังไม่ได้รับเอกสารด้วยซ้ำหากอ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของคุณไตรรัตน์ แล้วคนนอกอย่าง “สารี” “หมอลี่” “สุภิญญา” เป็นอะไรในบอร์ด ถึงนำเอกสารพวกนี้ออกมาเปิดเผยได้
ต่อให้เอกสารไม่มีตราประทับคำว่า “ลับ” แต่ “สุภิญญา” ที่อ้างว่าเคยทำงานในกสทช. มีสิทธิ์อะไรนำออกมาเผยแพร่ รู้จักคำว่า “มารยาท” หรือไม่ หรือสิ่งที่พูดมาคือการบอกนิสัยส่วนตัวของ “สุภิญญา” ว่าเป็นคนเช่นไร

2. สารี อ้างว่า การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นไปโดยสุจริต ก็จะไม่มีความผิด แต่สารีลืมไปหรือเปล่าว่า ข้อมูลที่สารีนำออกมาเผยแพร่นั้น กสทช. ยังไม่ได้รับ หรือต่อให้ได้รับแล้ว ก็ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งนั่นหมายความว่า เรื่องยังไม่จบ แล้วการนำเอกสารที่ยังพิจารณาไม่จบออกมาเผยแพร่ อยู่ภายใต้การครอบคลุมของคำว่า “เป็นไปโดยสุจริต” หรือไม่
นอกจากนี้ ตามพรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ มีกำหนดข้อมูลที่เปิดเผยได้และเปิดเผยไม่ได้ไว้ด้วย ซึ่งมีการครอบคลุมต่างกัน สารีไม่ใช่คนที่มีสิทธิ์พิจารณาว่าข้อมูลนี้เปิดเผยได้หรือไม่ จึงไม่มีสิทธิถือวิสาสะและอ้างเพื่อประโยชน์ของสาธารณะมาเปิดเผยเสียเอง



3. การกระทำของ “สารี” ไม่แตกต่างจาก “หัวขโมย” ที่ขโมยเอกสารทางราชการ ซึ่งกสทช. ที่ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่ต้องพิจารณาเอกสารดังกล่าว ก็ยังไม่ได้รับเอกสารเลย แต่สารีที่เป็นคนนอกได้รับไปก่อนและนำไปเผยแพร่ก่อน ไปลองคิดดูว่ามีความผิดกี่กระทง เอาแค่หยาบ ๆ “การลักทรัพย์ของทางราชการ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท” ยังไม่รวมการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามพรบ. คอมพิวเตอร์ อีก

4. การปล่อยเอกสารหลุดของ SCF Associates ไม่ใช่การกระทำความผิดครั้งแรกของสารี ก่อนหน้านี้ “สารี” ก็เคยเผยแพร่เอกสารหลุดมาแล้วเกี่ยวกับ 14 มาตรการของกสทช. ซึ่งมีลักษณะการกระทำแบบเดียวกับครั้งนี้ การกระทำความผิดแบบเดิมซ้ำซาก ก็ไม่รู้ว่าสารีและผู้ร่วมขบวนการต้องโดนกี่เท่า

5. “สารี” ไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นไปโดยสุจริตเพื่อหลีกหนีความผิดได้ เพราะการกระทำของสารีและพวกพ้องผู้ร่วมขบวนการ เป็นการนำข้อมูลความลับของทางราชการมาเปิดเผย เพื่อสนับสนุนแนวคิดหรือน่าจะชี้นำในการคัดค้านมิให้มีการควบรวมทรู-ดีแทค ตรงนี้หลักฐานประจักษ์พยานพร้อมมูลปรากฏตามภาพบนเฟซบุ๊กที่สารีโพสต์เองนั่นแหละ

สรุปให้ชัด ๆ ก็คือ การกระทำของ สารี อ๋องสมหวัง และพวกพ้องที่ร่วมกระทำหรือสนับสนุนการกระทำ มีหลักฐานประจักษ์พยานชัดเจน เข้าข่ายความผิดหลายกฎหมาย หลายมาตรา ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตตามคำกล่าวอ้าง จากนี้ก็รอกระบวนการยุติธรรมจะจัดการกับขโมยแก๊งนี้ยังไงต่อ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม