หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: พิพิธภัณฑ์พระราชวังเต๋อโซ่วแห่งราชวงศ์ซ่งใต้เปิดให้เข้าชม  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 22 พ.ย. 22, 13:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ในนครหางโจว เมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน เปิดให้สาธารณชนเข้าชมแล้วในวันที่ 22 พฤศจิกายน พร้อมนำเสนอวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของจีนยุคโบราณอันวิจิตรงดงาม

ในบรรดาราชวงศ์โบราณของจีน เมื่อพูดถึงความงามด้านโบราณวัตถุ สถาปัตยกรรม วรรณกรรม และศิลปะแล้ว ราชวงศ์ซ่งที่ย้อนกลับไปเมื่อกว่าพันปีที่แล้ว จัดเป็นราชวงศ์จีนโบราณที่ผู้เชี่ยวชาญและประชาชนชาวจีนกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง

และหางโจวก็ถือเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ซ่งอย่างไม่ต้องสงสัย

เนื่องจากหางโจว ซึ่งเป็นเมืองระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ซ่งใต้ โดยในปี พ.ศ. 1681 สมเด็จพระจักรพรรดิซ่งเกาจง หรือพระนามเดิม เจ้าโก้ว (Zhao Gou) ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ซ่งใต้ ได้ตั้งเมืองหลวงขึ้นที่เมืองหลินอัน (ปัจจุบันคือหางโจว) ซึ่งมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของราชวงศ์ซ่งใต้ สร้างประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ด้านการพัฒนาเมืองโบราณในอดีตของจีน

เฉกเช่นเดียวกับแม่น้ำเฉียนถังที่ไหลผ่านเมือง วัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ของราชวงศ์ซ่งก็ได้หล่อเลี้ยงนครหางโจวเสมอมา ทำให้ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจและวัฒนธรรมอันเฟื่องฟู

กว่า 800 ปีให้หลัง การเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาและการพัฒนาของชุมชนเมืองได้กลบมนต์เสน่ห์ของเมืองหลวงที่เคยเฟื่องฟูในสมัยราชวงศ์ซ่งลึกลงไปใต้ผืนดิน

นครหางโจวต้องการสถานที่ในการบอกเล่าเรื่องราวของราชวงศ์ซ่งใต้ให้กับผู้คนในปัจจุบัน คนในเมืองต่างอดใจรอไม่ไหวที่จะได้ขุดค้นความลึกลับของประวัติศาสตร์ รวมทั้งสัมผัสความสง่างามและมนต์เสน่ห์แห่งยุคโบราณผ่านโบราณวัตถุอย่างเครื่องลายคราม อิฐ และกระเบื้องที่ถูกขุดค้น

พิพิธภัณฑ์พระราชวังเต๋อโซ่วแห่งราชวงศ์ซ่งใต้ (The Museum of Deshou Palace of the Southern Song Dynasty) คือกุญแจสำคัญในการบอกเล่าเรื่องราววัฒนธรรมยุคโบราณสู่สาธารณชน

พระราชวังเต๋อโซ่วแห่งราชวงศ์ซ่งใต้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1705 โดยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิซ่งเกาจงภายหลังจากการสละราชสมบัติ ซึ่งสะท้อนภาพเมืองของจักรพรรดิในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ได้อย่างชัดเจน

สถานที่แห่งนี้เป็นโบราณสถานแห่งราชวงศ์ซ่งใต้ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากที่สุดเท่าที่เคยมีการสำรวจและขุดพบในหางโจว รวมถึงเป็นหนึ่งในอาคารที่มีมาตรฐานทางพิธีกรรมสูงสุดของราชวงศ์ซ่งใต้ โดยครองตำแหน่งสำคัญทางสถาปัตยกรรมและสวนของจีนสมัยโบราณ

แน่นอนว่าที่พำนักดั้งเดิมได้พังทลายไปตามกาลเวลาแล้ว พระราชวังเต๋อโซ่วถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2527 การสำรวจทางโบราณคดีครั้งใหญ่ 4 ครั้งได้นำไปสู่การขุดค้นพบฐานพระราชวังขนาดใหญ่ ถนนอิฐ ฐานรากหิน ระบบระบายน้ำ และโบราณวัตถุอีกมากมาย ซึ่งทำหน้าที่เป็นหลักฐานทางโบราณคดีเพื่อให้ผู้คนได้เห็นและสัมผัสรูปแบบของสวนและเทคโนโลยีการจัดสวนในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้

การก่อสร้างพิพิธภัณฑ์พระราชวังเต๋อโซ่วแห่งราชวงศ์ซ่งใต้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563 หลังการก่อสร้างราวสองปี อาคารที่สง่างามแห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่เก็บโบราณวัตถุ และด้านล่างเป็นห้องจัดแสดงโครงสร้างเดิมของโถงหลักของพระราชวัง

การบูรณะพื้นที่ใต้ดินเป็นไปตามลักษณะและขนาดดั้งเดิมโดยอ้างอิงจากการศึกษาข้อมูลในหนังสือเกี่ยวกับการก่อสร้าง ภาพวาด และการค้นพบทางโบราณคดีของราชวงศ์ซ่ง

การบูรณะเชิงสัญลักษณ์นี้เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่จัดแสดงโครงสร้างของพระราชวังเก่า ช่วยให้ผู้คนสามารถชื่นชมความงามทางสถาปัตยกรรมในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ได้อย่างแท้จริง

ยิ่งไปกว่านั้น สวนสถาปัตยกรรมในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้จำนวนมากยังได้รับการบูรณะและจัดแสดงในรูปแบบดิจิทัล

เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นสถานที่อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดพื้นที่จัดแสดงในรูปแบบดิจิทัล 10 จุด ผู้มาเยือนสามารถชมพระราชวังเต๋อโซ่วและสถาปัตยกรรมของพระราชวังในยุคต่าง ๆ ผ่านอุปกรณ์อินเทอร์แอคทีฟ 3 มิติ จอเลื่อนแบบยาว การฉายภาพดิจิทัล รวมถึงอุปกรณ์เออาร์ (AR) และวีอาร์ (VR)

ด้วยการผสมผสานอย่างเป็นธรรมชาติของสถานที่ดั้งเดิมและสื่อดิจิทัล ตลอดจนการตีความและการแสดงข้อมูลของสถานที่เชิงโต้ตอบอย่างดื่มด่ำสมจริง ความงดงามของสถาปัตยกรรมและสวนสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ที่ผ่านการบูรณะจึงถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างไร้ที่ติเป็นครั้งแรกของจีนด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มกำลัง

ทุกวันนี้ กลิ่นอายของวัฒนธรรมซ่งอวิ๋น (Song Yun Culture) แฝงอยู่ทั่วทุกมุมของเมือง ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณและชีวิตของผู้คนท้องถิ่น

ไม่ว่าจะเป็นการจุดเครื่องหอม การชงชา การแขวนรูปภาพตามอาคารบ้านเรือน หรือการจัดสวนดอกไม้ ซึ่งเป็นกิจกรรมยามว่างทั้ง 4 ที่อู๋จือมู่ (Wu Zimu) กวีสมัยราชวงศ์ซ่งกล่าวถึงในหนังสือที่บรรยายวิถีชีวิตในหางโจวสมัยโบราณ ยังคงสามารถพบเห็นได้ในทุกวันนี้ ขณะที่เนื้อหมูตงพอ เค้กเนย และเค้กติงเซิง ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งรสชาติของเมือง นอกจากนั้นยังมีเหล้าหงฉู ทักษะการทำเหล้าแบบซ่งใต้ ทักษะการทอผ้าหางโจว และอีกมากมาย การแสวงหาสุนทรียภาพในชีวิตของชาวซ่งได้ผสานรวมเข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน สร้างจุดเชื่อมทางวัฒนธรรมของผู้คนในท้องถิ่น

อ่านข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับเต็มได้ที่ https://www.thaipr.net/general/3270656



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม