หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ))))))))))))))รากเหง้าของคนไทยมาจากใหน?(((((((((((  (อ่าน 2565 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 6 พ.ค. 13, 07:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ตำราหรือหนังสือประวัติศาสตร์ไทย เขียนไว้ว่า คนไทย อบพยพมาจากภูเขาอัลไต ทางตอนใต้ของประเทศจีน ตำราฉบับที่ว่านี้ฉีกทิ้งเผาทิ้งไปได้เลย หลงไปเชื่อตามฝรั่งมิชชันนารีนักท่องเที่ยวตาน้ำข้าวคนหนึ่ง คนไทยก็เชื่ออย่างนั้นตลอดมาจนถึงทุกวันนี้ก็ยังเชื่ออยู่อย่างนั้น

ความเป็นไม่ได้ หลายสิ่ง ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าง่ายๆชัดเจน ประชาชนทางตอนใต้ของประเทศจีน บริเวณภูเขาอัลไตที่ว่านั่น ส่วนใหญ่เป็นมนุษย์ตาชั้นเดียว ตาเล็กที่เรียกว่า ตาตี่ ส่วนมากผิวขาว ริมฝีปากบาง ผมตรง ไม่หยิก คอยาว และคนสมัยโบราณไม่นิยมออกจากแหล่งที่พักไปไกลๆ เพราะกลัวตกโลก คิดว่าโลกแบน

รากเหง้าของคนไทย คนไทยส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนโลกนี้ที่นี่ พร้อมๆกับมนุษย์โลกทั่วไป ไม่ได้อพยพมาจากใหน

ลักษณะของคนไทยแท้รากเหง้าเลย คือ มนุษย์มี ขอบตาบน 2 ชั้น ขอบตาล่างนูนเล็กน้อย ตาโต ผมหยิก หรือหยักโสก ริมฝีปากหนากว่าคนจีน ผิวค่อนข้างคล้ำ ร่างกายกำยำเพราะส่วนใหญ่อยูไกล้ทะเล กินอาหารทะเล

นิสัยคนไทยทั่วไปมักช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน ต่างกับลูกคนจีนหรือคนต่างด้าวทั่วไป อย่างอ้ายเม้งปากซอยอายุ 50ปี มี เด็กชายหนุ่มอายุสัก 20ปีคนหนึ่ง เป็นลมบ้าหมูชักกระตุกตกจากเก้าอีก พวกเราคนไทย5-6คนช่วยกันปฐมพยาบาล แต่อ้ายเม้งมันกระโดดหนีกลับไปหาลูกหาเมียของมัน ไม่สนใจใยดีใดๆ

คนไทยเก่ง ฉลาดหลักแหลมมีมากมาย แต่ดูเหมือนกระจัดกระจาย ไม่ได้รวมกลุ่มช่วยกันคิดช่วยกันทำช่วยกันสร้างประเทศ และที่สำคัญ รวมกลุ่มเมื่อไรพังทุกงาน ต่างกับฝรั่ง ทุกเสาร์-อาทิตย์พวกเขาไปโบสถ์ ทำกิจกรรมร่วมกันตั้งแต่เด็ก โตขึ้นก็ร่วมกันคิดพัฒนาประเทศ ทุกด้าน ประเทศจึงเจริญ

คนประเทศฟิลิปปิน ส่วนใหญ่ลักษณะเหมือนคนไทย เพราะอะไร? เพราะรากเหง้าของคน สองประเทศนี้มีลักษณะเหมือนกัน ประวัติศาสตร์ไม่ได้บันทึกเปรียบเทียบ

ในช่วงเวลา รัชสมัยพระเจ้าตากสินมีคนจีนจากประเทศจีน ได้เข้ามาอยู่ในเมืองไทย เกิดลูกหลานมากมายทั่วประเทศ ที่สำคัญ 60 ปีที่ผ่านมา มีคนต่างด้าวผู้นำประเทศในประเทศไทย คนไทยที่มีรากเหง้าคนไทยแท้ไม่มีโอกาสได้บริหารประเทศ ส่วนมากเป็นลูกครึ่งเชื้อสายคนต่างด้าว ไม่ได้รักประเทศไทยด้วยสายเลือด มีโอกาศโกงชาติก็จะโกง เห็นอย่างนี้มานานประมาณ 60 ปีแล้ว

วันใดที่ผมเห็นคณะปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองในประเทศนี้ เห็นหน้าคนไทยแท้ เข้ากุมอำนาจ ผมรู้สึกมีความสุขใจ แต่ไม่นานนายทุนสามานย์ก้เข้ายึดครองอำนาจแทน โดยอ้างว่าเป็นประชาธิปไตย แต่ไม่ได้เป้นประชาธิปไตยที่แท้จริง

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้หลานขุนชำนิราชกิจแห่งนครศรีธรรมราช)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 6 พ.ค. 13, 09:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าเราขึ้นบนภูเขาทอง มองไปรอบๆ ชี้ไปที่ตึกสูงๆ ทั่วกรุงเทพ หรือเมืองใหญ่ๆในประเทศไทย ตึกอาคารสูงเหล่านั้น เป็นของลูกหลานคนต่างด้าวทั้งสิ้น ไม่มีเป้นของคนไทยแท้ๆแม้แต่ตึกเดียว

มองไปที่ผู้นำประเทศ รัฐมนตรี ผู้ว่าราชการ นายอำเภอ นายตำรวจ ระดับหัวหน้า พ่อค้า นักธุรกิจ แพทย์ หมอ รักษโรค ล้วนแต่เป็นลูกหลานคนต่างด้าว(เกือบ)ทั้งสิ้น นี่แหละที่นักประวัติกลัวนักกลัวหนาว่า ประเทศถูกกลืนชาติ

ทั้งหลายทั้งปวง เพราะการบริหารประเทศที่ผิดพลาดตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ประมาณ 60 ปี

เพราะอะไร เพราะคนไทยแท้ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือสูงๆ เพราะคนไทยส่วนมากยากจน จบป.4 ก็ออกไปทำไร่ไถนา ทั้งที่เรียนหนังสือเก่ง ลูกคนจีนที่มีฐานะ พ่อแม่ส่งให้เรียนสถานศึกษามีระดับของประเทศ เพราะค้าขายฐานะดี เดี๋ยวนี้..แม้แต่นายก อบต.ส่วนมากเป็ลูกหลานคนต่างด้าว แต่ที่บ้านเกิดของผม นายกอบต.ยังเป็น คนไทยแท้ นามสกุล ผาสุข อยู่ แต่ต้องแลกด้วย พ่อถูกยิงตาย แค้นที่ตัวเองต้องพ่ายแพ้ เสียเงิน ไป3ล้าน9แสน ต่อไปเมืองไทยจะถูกกลืนชาติ คนไทยอย่างผมอาจจะต้องไปเป็น ประชาชนชั้น2

ผมด่าน้องชายที่เข้าไปพัวพันเลือกนายก อบต. มันบอกว่า ถ้าไม่แจกเงิน "แพ้สถานเดียว"เดี๋ยวนี้ผู้คน(ส่วนใหญ่)เห็นแก่เงิน บ้านเมืองวุ่นวายไม่จบสิ้น

เห็นทีบ้านนี้เมืองนี้ต้องพลิกแผ่นดินครั้งใหญ่สักครั้ง เหตการณ์ 3 จว.ภาคใต้ยืดเยื้อ หรือโจรผู้ร้ายในประเทศ เต็มบ้านเต็มเมือง เพราะผู้ร้ายไม่เกรงกลัวกฎหมาย ปฏิวัติเมื่อไร เรียบร้อยทุกครั้ง อยากให้ สฤษดิ์มาเกิดอีกสักครั้ง ชอบจริงๆ ข่มขืนฆ่าที่ใหน ประหารชีวิตที่นั่น เผาขับไล่ที่ ที่ใหนจับได้ ประหารที่นั่น แค่ 3 cases คนชั่วก็ซา ประเทศไทยน่าอยู่

แต่พวก นสพ. ไม่ชอบ นักการเมืองไม่ชอบ เพราะขัดผลประโยชน์ของพวกมัน

//ช.ผาสุข(ผู้เขียนหนังสือประเทศไทยยุคใหม่ในความคิดของผม)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 6 พ.ค. 13, 09:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าเมื่อ 60 ปีที่แล้ว รัฐบาลให้ทุนนักศึกษาที่เรียนได้ที่ 1 ของmทุกโรงเรียนทั่วประเทศ ให้มีการสอบชิงทุน การศึกษาฟรี หลังจบป.4 - ปริญญาตรี อาจจะให้ฟรี สาขาละ 10% ของนักศึกษาของคณะนั้นๆทั้งหมดทั่วประเทศ

เราก็จะเห็น หมอหรือแพทย์ วิศกร สถาปนิก เป็นคนไทยแ้ท้ ไม่เอาเปรียบประชาชน

ฟันผมโยกซี่หนึ่งเพราะงัดกินแอปเปิ้ล ผมใช้เส้นด้ายหลายทบ ผูกให้แน่น ใช้เหล็กแข็งแรงหน่อย กระตุกทีเดียวฟันก็หลุด

แต่หมอฟันคิดค่าถอน ซี่ละ 500-600 บาท เรียกว่าคิดกำไรเกินควร สมาคมแพทย์ หรือ แพทย์สมาคม เห็นดีเออออไปด้วย เพราะมันเป็นลูกหลานต่างด้าวด้วยกัน

วันก่อนไปอุดฟันธรรมดาๆ เพียงซี่เดียว 1460 บาท ไปครั้งแรก กรอแล้วหมอบอกว่าอุดชั่วคราว 480บาท 1 เดือนไปอุดจริง หมอคิดเงินอีก 980 บาท รวม 1460 บาท ผมถามว่าทำไมแพงกว่าที่เขียนไว้ที่บอกราคาหน้าเคาร์เตอร์ หมอบอกว่า ครั้งแรกรอดูอาการ ครั้ง2 บอกว่า อุดรูใหญ่ ซึ่งเห็นกับตาว่า ไม่ใหญ่กว่าที่เคยอุด 100 บาท

คนเหล่านี้ร่ำรวยมีบ้านใหญ่โต รถราขับหรู มีที่ดิน มีตึกให้เช่ามากมาย คิดราคาแพงเกินความเป้นจริง น่าจะได้รับบาปกรรม แต่พวกเขาอยู่กันอย่างมีความสุข แต่ผมเชื่อว่า สักวันต้องได้รับกรรม แน่นอน

//ช.ผาสุข(New Generation)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 6 พ.ค. 13, 09:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชาตินิยมหนักหน่วยไปหน่อยไหม??..พี่แมน!!
เราอยู่กันแบบหน้าตารอบโลกแบบนี้ก็ดูเทห์ไปอีกแบบ..ลูกจีนรักชาติก็เคยมีแล้วในกลุ่มพันธมิตร พระเจ้าตากสินก็ลูกจีนแต้จิ๋วโดยมีบิดาแซ่แต้..เคยกู้ชาติกู้แผ่นดินให้รวมเลือกเนื้อชาติเชื้อไทยอยู่กัน..!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เห็นด้วย
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 6 พ.ค. 13, 11:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยกับคห.ที่3คะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 6 พ.ค. 13, 11:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องราวของพระเจ้าตากสิน ที่แท้จริง ต้องไปหาอ่านหนังสือ หลายๆ เล่ม และที่สำคัญไปอ่านหนังสือของประเทศจีนที่ได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศจีน (ไม่อาจพิมพ์ลงในบอร์ดนี้ได้ เรียกว่าต้องห้าม)หรือไปอ่านหนังสือชื่อ "ศิลปะวัฒนธรรม"หนังสือไทยนี่แหละ เขาแปลจากภาษาจีน เป็นภาษาไทยให้อ่าน จะเห็นว่า แตกต่างกับประวัติศาสตร์ไทยจารึกไว้ เหมือน ฝ่ามือกับหลังมือ หรืออย่างฟ้ากับดิน

ทัวร์ที่เยาวราช นำกลุ่มทัวร์ลูกหลานคนไทย-จีนในเมืองไทยไปกราบไหว้ ที่มณทลหนึ่งในประเทศจีน(จำชื่อไม่ได้แล้ว) มีอนุสาวรีย์ มีประวัติความเป็นมา ตั้งแต่ต้นจนจบ ในฮวงซุ้ยฝังไว้มีเฉพาะเครื่องราช ฉลองพระองค์และมาลา หรือ click เข้าไปดูใน Google ก็เห็นว่ามีคณะทัวร์ ใครไปกันบ้าง

ไปอ่านนะครับ ตาจะได้สว่าง

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้ไม่มีเลือดต่างชาติเจือปน)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 6 พ.ค. 13, 12:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คห.# 6

ผมลบทิ้งเพราะไม่ประเทืองปัญญา ปากยังไม่ทันสิ้นกลิ่นน้ำนม ไม่อยากด่าทอด้วย ถ้าแน่จริง ใช้ ID Username การใช้ชื่อปลอมเข้ามาด่าเสียมารยาท ไม่สมเป็นลูกผู้ชาย

//ช.ผาสุข(ชื่อย่อจริงนามสกุลจริง)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 6 พ.ค. 13, 13:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมอยู่ในบอร์ดนี้นาน 5 ปีแล้ว เจออันธพาล บอร์ดก็เยอะ เด็กคนนี้ก้เป็นหนึ่ง เข้ามาเมื่อไรลบทิ้ง เพราะไม่ประเทืองปัญญา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 7 พ.ค. 13, 03:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เรื่องราวของพระเจ้าตากสิน ที่แท้จริง ต้องไปหาอ่านหนังสือ หลายๆ เล่ม และที่สำคัญไปอ่านหนังสือของประเทศจีนที่ได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศจีน (ไม่อาจพิมพ์ลงในบอร์ดนี้ได้ เรียกว่าต้องห้าม)หรือไปอ่านหนังสือชื่อ "ศิลปะวัฒนธรรม"หนังสือไทยนี่แหละ เขาแปลจากภาษาจีน เป็นภาษาไทยให้อ่าน จะเห็นว่า แตกต่างกับประวัติศาสตร์ไทยจารึกไว้ เหมือน ฝ่ามือกับหลังมือ หรืออย่างฟ้ากับดิน

ทัวร์ที่เยาวราช นำกลุ่มทัวร์ลูกหลานคนไทย-จีนในเมืองไทยไปกราบไหว้ ที่มณทลหนึ่งในประเทศจีน(จำชื่อไม่ได้แล้ว) มีอนุสาวรีย์ มีประวัติความเป็นมา ตั้งแต่ต้นจนจบ ในฮวงซุ้ยฝังไว้มีเฉพาะเครื่องราช ฉลองพระองค์และมาลา หรือ click เข้าไปดูใน Google ก็เห็นว่ามีคณะทัวร์ ใครไปกันบ้าง

ไปอ่านนะครับ ตาจะได้สว่าง

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้ไม่มีเลือดต่างชาติเจือปน)

ซัวเถาครับพี่แมน..อยู่ในมลฑลกวางเจา!!@@!!ถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณตำบลหรือเทียบเท่าอำเภอเท่งไห้นี้แหละ..!!
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 7 พ.ค. 13, 06:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมอ่านเจอในหนังสือหลายเล่มตรงกันว่า พระเจ้าตากสิน เมื่อเยาวัย เข้ามาในประเทศไทย เมื่อตอนอายุประมาณ 10 ขวบพร้อมบิดา ไม่ได้เกิดที่เมืองไทยตามประวัติศาสตร์ไทย ไปพักอาศัยอยู่หลังวังฯที่อยุธยา

สมัยก่อนคนไทยหรือต่างด้าวเข้ามาในกรุงสยามไม่ต้องมีหลักฐานหรือเอกสารการเกิด หรือหนังสือผ่านด่า่นเข้าเมืองแต่อย่างใด สมัยก่อนเมื่อกษัตริย์กรุงสยามไปตีเมืองใดชนะก็เกณท์ผู้คนเมืองนั้นๆ เข้ามาในกรุงสยาม เพื่อนำมาใช้แรงงาน ส่วนใหญ่ใช้แรงงานทำนา ทำสวน ตัดไม้ เลื่อยไม้

คราวไปรบที่ปัตตานี ได้ชัยชนะ นำผู้คนโดยการเจาะร้อยหวาย นำมาไถนา แถวมีนบุรี บางกะปิ เดี๋ยวนี้ชี้ไปตรงใหน ว่าที่ดินตรงนี้ของใคร ก็มีคนบอกว่า เป็นของคนศาสนาหนึ่ง(ไม่อยากระบุเดี๋ยวจะโดนลบ) คำว่า "ร้อยหวาย"ถูกฝังแค้นมานานนับ 100 กว่าปี ปัตตานีจึงเดือดเป็นไฟ เมื่อทุกสินเป็นนายกฯ

กลับมาที่ เด็กชาย ซิน แต้ เก่งกาจในเชิงขี่ม้า ในขณะขี่ม้าอย่างเร็วสามารถเก็บลูกมะนาวบนพื้นได้ เก่งในเชิงมวย กระบี่ กระบอง แหลนหลาว การกระโดดจากต้นไม้สูงๆลงพื้นดินโดยคล่องแคล่ว เก่งเหนือคนอื่นใดในสยามนี้

วิชาการต่อสู้ เหล่านี้ตกทอดมาถึงปัจจุบันคือ สำนักดาบพุทไธสวรรค์ ซึ่งมีรูปปั้นคือ พระเจ้าตากสิน เป็นที่เคารพบูชา เมื่อก่อนอยู่ไกล้สี่แยกบ้านแขก เดี๋ยวนี้ย้ายไปอยู่ถนนเพชรเกษม รู้สึกว่าเลยบางแคไปเล็กน้อย เพื่อนรักของผมคนหนึ่ง กินนอนห้องเดียวกันในตอนเด็ก เขาชื่อ จงรักษ์ฯ เป็นศิษเอกของสำนักดาบแห่งนี้ เรียน จบแผนก ภาษาต่างประเทศ รร.บพิธภิมุข ไกล้สะพานพุทธ เขาไปเรียนต่อที่อเมริกา ตอนเรียน อาศัยวิชานี้แหละ หากินเลี้ยงชีพ ในอเมริกา นานเกือบ 10 ปี ไปแสดงที่ร้านอาหารไทย โรงแรมต่างๆ เรียกว่าทำชื่อเสียงให้ประเทศไทยมากมาย ที่สำคัญนามสกุลของเขาคือ แซ่แต้

ถามคำถามตรงนี้ว่า ดช. ซิน แต้ อายุเพียง 10 ขวบ เก่งกาจถึงปานนี้ใครเป็นคนสอน เรียนมาจากที่ใด ในกรุงสยามไม่มี มีที่เดียวคือที่ ในประเทศจีน มีที่เดียวคือที่ "วัดเซ่าหลิน"ที่เลืองนาม ใครบัญชาให้ ดช.ซิน แต้ ไปเรียนที่วัดเซ่าหลิน อันแสนไกล?

ตรงจุดนี้แหละก็จะโยงไปถึง บุคคลสำคัญคนหนึ่ง ....นั่นคือ.....ขอกั๊กไว้ก่อน...อันนี้มีในประวัติศาสตร์เมืองจีน ผมไม่ได้เขียนขึ้นมาเอง...เพราะผมเป็น"หนอน" ที่ปราชญ์เรียกว่า "หนอนหนังสือ"

//ช.ผาสุข(ผู้เขียนหนังสือประเทศไทยยุคใหม่ในความคิดของผม)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 7 พ.ค. 13, 18:33 น โดย manjumbo » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 7 พ.ค. 13, 12:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตามประวัติศาสตร์จีนเมื่อ2000 กว่าปีที่ผ่านมาเกิดสงครามใหญ่ภายในประเทศจีน ที่เรียกว่าสงคราม สามก๊ก ก๊กเล่าปี่ ก๊กโจโฉ อีกก๊กจำชื่อไม่ได้ ก๊กหลังนี้แหละอยู่ทางทิศใต้ของประเทศจีน เขตต่อเนื่องมาถึงภูเขาอัลไต ที่ว่านั่น มีแม่ทัพท่านหนึ่ง(ก็จำชื่อไม่ได้อีกแล้ว)มีความสามารถมาก แม้2ทัพใหญ่รวมกันปราบก็ไม่สำเร็จ สามารถรักษาเมืองไว้ได้อย่างแข็งขัน ในที่สุด 3 ทัพ สามก๊ก เจรจาสงบศึก ก็เป็นเมืองจีนที่กว้างใหญ่ไพศาล ตะวันออกสุดจดมหาสมุทธแปซิฟิค เหนือสุด จดเขตรัสเซีย ตะวันตกสุดจดอินเดีย ใต้จดเขต พม่า ลาว ไทย

ฮ่องเต้แห่งเมืองจีนทุกพระองค์ต้องการยึด ประเทศทางทิศใต้ทั้งหมด ออกสู่ทะเล มาถึงอ่าวไทย ก็เพียรพยายามอยู่เสมอๆ ทุกยุคทุกสมัย มาถึงปีหนึ่ง เมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา เมื่อสาวสามัญชน สดสวยชื่อ ยี่หลาน เข้าถวายตัว ในวังเป็น สนมวัง ตอนหลังได้เป็นมเหษีผู้ทรงมีอำนาจเหนือ ฮ่องเต้ เป็น ซูสีไทเฮา การต้องการแผ่อณาเขตก็ยังคงดำเนินการอยู่ตลอดไป ..นี่ระยะเวลาช่วงหลังสุดของการ ขยายอณาเขตของประเทศจีน

กลับไปดูเหตุกาณณ์ เมื่อ 200 กว่าปีที่ผ่านมา มีหลักฐานประวัติศาสตร์ มีคนแปลเป็นภาษาไทย อยู่ในหนังสือ "ศิลปะวัฒนธรรม" เล่มใหนจำไม่ได้ นาน ประมาณ 25 ปีแล้ว ลองไปหาหนังสือเก่าอ่านดู สนุกมาก

และเป็นที่มาของ เด็กชาย คนหนึ่งอายุเพียง 10 ขวบ "น่าจะ"อาศัยอยู่ในวัดส้าวหลิน หรือ เซ่าหลิน เมื่อ 200 กว่าปีที่ผ่านมานี่เอง มีความสามารถสูงสุดกว่าเด็กทั้งหมดในวัด ในประวัติเล่าว่า ได้ถูกส่งมาที่กรุงสยามที่ว่า โดยพระเจ้ากรุงจีนพระองค์หนึ่ง(ผมจำชื่อไม่ได้)....ในประวัติศาสตร์จีนโบราณได้บันทึก เรื่องราวเด็กชายคนนี้ถูกส่งมาที่กรุงสยามไว้จริงๆ

เมื่อมาพำนักหลังวัง เมื่อเป็นหนุ่มแสดงฟันดาบกระบี่ ทวน หลาว ขี่ม้า โดดจากที่สูง เป็นที่สนใจของผู้พบเห็น เหล่าแม่ทัพไทยสมัยนั้น เห็นว่าเด็กคนนี้เก่งกาจ เหนือเด็กใดๆ เมื่อเป็นหนุ่มก็มีผู้นำเข้าถวายตัวรับราชการสมัยกรุงศีอยุธยา

เล่าเพียงเท่านี้ เรื่องดำเนินต่อไปอย่างไร ประวัติศาสตร์ไทยจารึกไว้แล้ว ส่วนที่ผมเล่า รับรองไม่มีใครรู้ นอกจาก นักประวัติศาสตร์จีน และผู้อ่านหนังสือ "ศิลปะวัฒธรรม"ของไทยน่ะแหละ ได้บันทึกเรื่องนี้ไว้นานแล้วน่าจะ 20 กว่าปีแล้วมั้ง ผมอ่านมาจึงนำมาเล่าต่อ

ผมอ่านในหนังสือหลายเล่มตรงกัน

//ช.ผาสุข

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 9 พ.ค. 13, 06:52 น โดย manjumbo » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 7 พ.ค. 13, 12:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับคุณแมน

ได้อ่านประวัติพระเจ้าตากสินมหาราชที่คุณแมนนำเสนอแล้วได้รับความรู้มากทีเดียว เพิ่งทราบว่าท่านเคยอยู่วัดเส้าหลินฝึกวรยุทธ์ เห็นคุณแมนบอกผ่านมา 100 ปีเลยงง เพราะเหตุการพระเจ้าตากนั้นผ่านมา 246 ปีแล้วครับกำลังติดตามอ่านบทความของท่านอยู่ว่าใครเป็นผู้พาท่านไปฝึกที่วัดเส้าหลินและมีอีกหลายอย่างที่ท่านจะเปิดเผยในรายละเอียดต่อไปครับ ขอบคุณที่นำข้อมูลดีๆมานำเสนอครับและกำลังติดตามอ่านข้อความของคุณแมนอยู่ครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
โหระพา
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 7 พ.ค. 13, 15:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อ่านเมื่อตะกี้ ทั้งๆที่กระทู้ได้ขึ้นมาหลายวันแล้ว..
ข้าพเจ้า ก็มีเชื้อสายมาจากโน่น..เมียงจีน..
ของใช้บางชนิด เป็นผลงานการผลิตจาก มญฑลซัวเถาด้วยเหมียนกัล..
ผมไม่เชื่อหรอก พระเจ้ากรุงธนฯจะเป็นเด็กจากแผ่นดินใหญ่..
ตามที่ทราบ พระมารดาของท่านเป็นคนจังหวัดตาก และเป็นคนจีน เตี่ยของพระเจ้าตาก ก็น่าจะเป็นคนจีน..ที่รู้กันว่า พระเจ้าตาก มีเชื้อสายจีน..

ผมไม่เชื่อหรอก คนจีนในสมัยนั้น สามารถเรียนรู้ภาษไทยได้รวดเร็ว และง่ายดายนักหรือ..
โดยเฉพาะ เป็นหัวหน้าคน มีกองกำลังในการครองอยู่ และสั่งการ..
สิ่งนี้แหละ..ผมจึงอยากจะมองในมูมนี้..เรื่องการใช้ภาษา..
หากการใช้ภาษได้ไม่ดีแล้ว จะสามารถบรรชาคนได้หรือ..
คนจีน ที่มาในยุคเสื่อผืน หมอนใบ หลายคนยังไม่ตาย..แต่ ตาแป๊ะ อียังพุดภาษทายม่ายซัีดเลย..
แล้วพระเจ้าตาก..ไปอญุ่เมืองจีนกี่ปี หรือเกิดเมืองจีนเลย แต่มาเมืองไทย พระเจ้าตากอีพูกซักๆได้หรือ..
แล้วคนไทย หากมีคนพูกภาษาทายม่ายชัด คนทายอีจะเชื่อฟัง และบังคับบัญชาได้หรือ
ก๊อ จะบอกว่าบอกว่า การรับสื่อ ควรมีวิจารณญาญ..5555
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 7 พ.ค. 13, 19:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับคุณ destinygoal

ขออภัย ผมพิมพ์ผิดครับ

ในหนังสือ ที่พูดถึงประวัติพระเจ้ากรุงธนบุรี คือ หนังสือ ศิลปะวัฒนธรรม มีภาษาจีนโบราณด้วยนะครับผมจำติดตา และยังมีแผนที่เดินทางในโบราณ จากเมืองจีนสู่แผ่นดินสยาม น่าทึ่งมาก

ผมเคยไปค้นหาว่าจะซื้ออีกครั้ง ยังหาหนังสือเล่มนี้ไม่เจอ ว่าจะไปเดินดูที่สวนจตุจักร น่าจะมีหนังสือเก่า

อยากจะบอกกับผู้อ่านทุกคนว่า ไม่ต้องเชื่อสิ่งที่ผมเขียน คุณต้องไปหาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์หลายๆเล่ม แต่นักเรียนรุ่นผม มีวิชาบังคับเรียนวิชาประวัติศาสตร์ คือ หนังสือ สามก๊ก ตอน โจโฉแตกทัพเรือ ของกระทรวงศึกษาธิการ..เมื่อไดชมภาพยนตร์ของประเทศจีน ออกอากาศช่อง 9 นาน 3 เดือนกว่า เรียกว่าติดงอมแงม รวมทั้ง เรื่อง ซูสีไทเฮา นี่ก็ ออกอากาศนาน 3 เดือนกว่าเช่นกัน เป็นประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษา

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 7 พ.ค. 13, 19:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การบันทึกประวัติศาสตร์ชาติไทย ทุกครั้งควรหาหนังสือที่เกี่ยวข้องอ่านบ้างก็จะเป็นการดี ขนาดบันทึกการชุมนุม 16 ตุลาคม 2516 หนังสือพิมพ์ในประเทศไทย เฉพาะหนังสือพิมพ์รายวันมีประมาณ 10 ฉบับ อ่านเรื่องเดียวกัน วันเดียวกัน แต่เรื่องราวต่างๆกัน เหมือน ละคร 10 เรื่อง ต่างกันมากมายพวกเราก็เคยได้อ่านมาแล้ว ขาดมาตรฐาน

เฉพาะเหตุการณ์ ครั้งกรุงศรีอยุธยาแตกถูกเผา สงครามระหว่าง พม่า กับ ประเทศสยาม ผมมีโอกาศได้รู้จักกับ อาจารย์ชาวพม่า จบป.โทจากอเมริกา มาสอนภาษาอังกฤษ ที่เมืองไทย เขาบอกว่า หนังสือประวัติของทั้งสองประเทศ บันทึกไว้ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เหมือนคนละเรื่อง

สรุปว่าต้องอ่านทั้งสองฝั่ง สองด้าน

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 10:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขออภัยสักเล็กน้อย ข้อเขียนตอน ดช.ซิน แต้ พำนักอยู่ที่ วัดส้าวหลิน ประวัติศาสตร์ไม่ได้บอกไว้ อันนี้ผมวินิจฉัยเอาเอง เติมเข้าไปเอง โดยนึกถึงวิชา ตรรกวิทยา ว่า เด็กชาย 10 ขวบเก่งกาจขนาดนั้น ว่าแต่เมืองจีนต่อให้ 12 โลกก็ไม่มีใครสอน มีสอนอยู่ที่เดียว คือที่ วัดส้าวหลิน ประเทศจีน ตกทอดอยู่ยงคงกะพันมาถึงทุกวันนี้ น่าจะประมาณ 2500 ปี

เหตุที่วัดส้าวหลินต้องฝึกนักมวย หรือเรียกว่า เณรนักมวย หรือพระนักมวย หรือเจ้าอาวาสนักมวย เพราะตอนศาสนาพุทธเข้าไปเผยแพร่ในเมืองจีนใหม่ๆ ถูกกลุ่มคนที่หลงบทนิยามสอนของ ขงจื๊อ ของ เล่าจื๊อ อีกทั้งพวกเชื่อผี เชื่อเจ้า ต่อต้านอย่างหนัก เข้าไปทำลาย วัดชาวพุทธ ทำร้ายคนพุทธ เสียหายมากมาย นานเข้าๆก้ทนไม่ไหว ก็คิดค้นตำราวิชาสู้รับด้วย มือเปล่า พัฒนามาเป็นอาวุธ ดาบ กระบี่ แหลน หลาว หอก ..ก็สามารถชนะศัตรู อยูคงกะพัน มาถึงทุกวันนี้

สอนเด็ก สอนเณรน้อยตั้งแต่ 2 ขวบ ด้วยบทเรียนที่โหด เอาหัวโขกกับหินยังนี้ ใช้ไม้ทุบหลัง เหล็กแทงท้อง และื่อื่นๆ โตขึ้นมาจึงแข็งแรงว่องไว สามารถกระโดดจากที่สูงๆ ลงบนพื้นดินโดยปลอดภัย ด้วยวิชาตัวเบา อะไรประมาณนี้

ดั่งที่ผมสารภาพว่า ในประวัติศาสตร์จีนไม่ได้บอกไว้ตามที่ว่า แต่ผมวินิจแล้ว ฟันธงว่า ดช. ซิน แต้ อยู่ที่นั่น และมาจากครอบครัวหมู่บ้านที่ยากจน ตามหลักฐานปรากฎที่ตำบลบ้านเกิด (เข้าไปดูในGoogleได้)

และที่สำคัญคือ "ภารกิจลับ"เพื่อขยายอณาเขตแผ่นดินประเทศจีน ลงมาทางใต้จนสุดเขต ติดทะเล เป็นที่มาของเด็กชายคนหนึ่ง 10 ขวบปรากฎอยู่หลังวัง ที่อยุธยา แห่งกรุงสยาม

ผมเชื่อหลักฐานประวัติศาสตร์ของประเทศจีน เพราะเขาบันทึกเป็นหนังสือ ซึ่งภาษาจีนเกิดมาในโลกนี้ประมาณ 5000 ปีแล้ว ผมไม่เชื่อ 100%ของประวัติศาสตร์ไทยสิ่งที่คนไทยเขียน"มั่ว" เพราะภาษาไทยเกิดเมื่อ 800 ปีที่ผ่านมา นิยมเขียนจริงๆ ต้นๆอยุธยา ประมาณ500 ปี นอกนั้นเป็นเรื่องเล่าตกทอดกันมาแต่โบราณ มักจะผิดเพี้ยนอยู่มากมาย

ถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าผิดเพี้ยน ก็เพราะ สงครามพม่า-ไทย พม่าเขาก็บันทึกประวัติศาสตร์ อย่าง เรื่องพระนเรศวร ชนไก่ เอาประเทศเป็นเดิมพัน ยังงี้ ใครเชื่อก็ บ้าแล้ว เป็นต้น

สรุปอีกครั้งว่า ดช.ซิน แซ่แต้ ที่ผมเขียนว่าเรียนที่ ส้าวหลิน ผมวินิจฉัยเอาเอง จริงๆเรียนที่ใหนไม่ทราบ

//ช.ผาสุข

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 9 พ.ค. 13, 07:00 น โดย manjumbo » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
สุดยอด
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 15:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

โห ความรู้ใหม่เลยนะคับเนี่ย เรื่องจริงใช่ไหมครับ
คนเขียนคงเป็นระดับศาสตราจารย์แน่ๆงานเขียนแบบนี้อ่ะ
วิจัยมากี่ปีคับเป็นอะไรที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
เผยแพร่ได้ไหมคับถือเป็นความรู้ใหม่ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เจอในบอร์ดนี้
ขอชมผู้เขียนว่าคุณเป็นคนที่ทีความรู้เยอะจริงๆ....สุดยอด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 16:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอบคห.# 16

ครับ เรื่องจริงหรือ เท็จ ไม่ทราบครับ ผมได้ประมวลจากหนังสือหลายเล่มครับ

เผยแพร่ หรือ Share ต่อได้เลยครัย ไม่สงวนลิขสิทธิ์ เพราะในหนังสือ ศิลปะวัฒธรรม พิมพ์ขาย เมื่ประมาณ 25 ปีที่ผ่านมา ครับ

ก็น่าจะจริงเพราะมีหลักฐานของประวัติศาสตร์จีน บันทึกไว้ เกือบ 300 ปีแล้ว

//ช.ผาสุข(ผู้เขียนหนังสือประเทสไทยยุคใหม่ในความคิดของผม)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 9 พ.ค. 13, 07:02 น โดย manjumbo » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 9 พ.ค. 13, 07:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีคนจีนคนหนึ่งชื่อ โกจุ้ย มีเมียเป็นคนไทย มีลูกหญิงชาย 5-6คน เปิดร้านขายอาหารร้านใหญ่มาก อยู่ที่วงเวียนหอนาฬิกา ติดกับโรงแรมไกล้สถานีรถไฟ อำเภอบ้านเกิดของผม ลูกค้าเยอะมาก ทุกเช้าผมต้องขี่จักรยานไปโรงเรียนผ่านร้านอาหารนี้ทุกวัน เวลาพ่อพาไปสั่งอาหารมากินหลายอย่าง โกจุ้ย ไม่เคยคิดเงิน เรา2 คนถ้าสมัยนี้ก็ 2-300 บาท แต่เขาให้พ่อกินฟรีมีอาหาร 3-4 อย่าง ผมเป็นเด็กก็แปลกใจ

เพิ่งมารู้ว่าสมัยสงครามโลกครั้งที่2 ญี่ปุ่นระเบิดสถานีรถไฟ ประชาชนในตลาดหลบไปอยู่นอกเมือง โกจุ้ยและครอบครัวทุกคนได้เคยอพยพ หนีสงครามไปอาศัยอยู่ที่บ้านพ่อแม่ของผมระยะหนึ่ง จนญี่ปุ่นยอมแพ้ ครอบครัวของ โกจุ้ยจึงกลับ

ตั้งแต่นั้นมา ครอบครัวของเรา 2 ครอบครัวสนิทสนมกันมาก เวลาผมเลิกเรียน หิวมากก็แวะกินข้าว ตักกินเองที่บ้านเมีย โกจุ้ย อยู่ตรงหัวสะพานเหล็ก ไกล้สถานีรถไฟ

ที่เล่าให้ฟังตรงนี้ เพราะ โกจุ้ย มีนามสกุลว่า แซ่แต้ เป็นคนจีน อพยพ ไปจากกรุงเทพ พูดภาษากรุงเทพฯ เมื่อผมมาอยู่กรุงเทพ นั่งรถไปเรียนหนังสือ ผ่านอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินที่วงเวียนใหญ่ทุกวัน ผมยกมือไหว้อยู่บ่อยๆ

เป้นที่มาของผมเมื่อมาเรียนหนังสือต่อที่กรุงเทพ ก็มาอยู่บ้านของลูกสาวโกจุ้ย ที่ ซอยสำเหร่ฝั่งธน ก็อยู่บ้านเดียวกับ จงรักษ์ ที่ว่านั้น นอนห้องเดียวกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน

และเพิ่งได้เห็นภาพเขียนตัวจริงของพระเจ้ากรุงธนบุรีฉบับจริงก็รู้สึกอึ้ง เพราะใบหน้าไกล้เคียงกันมาก ลักษณะของ โกจุ้ย เดินเร็ว ทำงานเร็ว ว่องไว เสียชีวิตไปนานแล้ว

ในห้องนอนของ จงรักษ์ มีภาพเขียน รูปปั้นหล่อทองเหลือง ของพระเจ้ากรุงธนบุรีเต็มไปหมด และแล้วผมได้มีโอกาสได้ไปดู จงรักษ์ ซ้อมฟันดาบเล่นกระบี่กระบองที่ สำนักดาบพุทไธสวรรค์ ฟันกันไฟแลบ...ที่สี่แยกบ้านแขก ไกล้สะพานพุทธบ่อยๆ ในปีพศ.2506 นาน 50 ปีแล้ว

และเป้นที่มาของเหล่า พันธมิตรฯ 200 คนจากสำนักดาบพุทไธสวรรค์ ปะทะกับคู่อริ 5000 คนที่สะพานมัฆวาน คืนแห่งราตรีนั้น มันหยดตึ๋งๆๆๆๆๆๆ สะใจจริงๆ55555555

//ช.ผาสุข

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พ.ค. 13, 06:10 น โดย manjumbo » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 9 พ.ค. 13, 09:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ภาพเขียนภาพเหมือนของพระเจ้ากรุงธนบุรีที่ทรงชุดจีนนั่นแหละใช่ เป็น พระลักษณ์องค์จริงๆ แต่ภาพที่เหมือนคนไทยแท้นั่น ไม่ใช่ ภาพนั้นมีที่มาว่า มีเจ้านายองค์หนึ่งในวงศ์จักรี ถ้าจำไม่ผิดไป ฝรั่งเศส หรือ อิตาลี (จำไม่แม่น) ก็จ้างช่างเขียนรูปให้ จำไม่ได้ว่ายุครัชกาลที่เท่าไร ที่สำคัญคนเขียนภาพ เข้าใจผิด อาจจะสื่อสารภาษาสับสนก็ได้ บันทึกไว้ว่า เป็นคิงแห่งธนบุรี สำนักหนังสือพิมพ์ ได้พิมพ์ภาพนนี้ออกมา ว่าเป็นพระเจ้ากรุงธนบุรี ก็ไม่รู้ว่าใครนำภาพนี้มาสมอ้าง

ผมอ่านเรื่องนี้มานานแล้ว....ถ้าจำไม่อีกละก็ อ่านในหนังสือ ศิลปะวัฒนธรรม นั่นแหละ ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังพิมพ์ขายอยู่หรือไม่ ลองเทียบเคียงดูก็เห็นชัดเจนว่า ภาพใหนใช่ ภาพใหนไม่ใช่

จากข้อความสั้นๆ ที่ คุณทองผา กล่าวถึง ทำให้ผมหวนทวนความหลัง ยาวพอสมควร ก็น่าจะยุติเพียงเท่านี้ครับ

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เฮโลฯ..
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 10 พ.ค. 13, 11:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แอ่ๆ ผมแกล้งแปลงกาเป็นปีศาจมาล้อเล่นอ่ะรับ..
พระเจ้าตาก คือพระยาวัชรปราการ มารดาเป็นคนจ.ตาก บิดาเป็นจีน ใช้แม่น้ำปิงเป็นเส้นทางคมนาคม
ผมไม่มีโอกาสที่จะค้นคว้าหนังสือหนังหา สายตามันย่ำแย่ แม้กระทู้ ความเห็นที่มายาวๆ ผมก็ต้องละสายตา..
ใจก็อยากจะหาเวลาค้นคว้าดูบ้างเหมือนกัน อันนี้บอกเล่ามาให้แฟนๆได้รับทราบแค่นี้
(พระยาวัชรปราการ ได้ไปตีเมืองลาว และอัญเชิญพระแก้วมรกต พระบางมายังเมืองไทย และที่กำแพงเพชรก็ประกฏวัดพระแก้วฯ )
แต่ไม่ยักกะจะรู้ว่า ท่านได้เคยไปยังวัดเสี้ยวลิ้มด้วย แสดงว่า เตี่ยของท่าน ย่อมไม่ใชบุคคลธรรมดาทั่วไป
หรือเป็นหลวงจีนเก่า ลงจากเขา ออกท่องยุทธจักร์ หลงมาติดแหงกสาวไทย ที่จ.ตาก5555 ผมเอาฮาเป็นที่ตั้ง..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
SYS
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 10 พ.ค. 13, 13:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มองไปข้างหน้า พระเจ้าไม่ได้สร้างแผ่นดินนี้สำหรับเจ้าคนเดียว ถ้าอยากอยู่กับพวกพ้องของเติน แนะนำไห้ไปดาวอังคาร เขากำลังรับสมัครอยู่ ไม่มีใครยุ่งกับเจ้าแน่นอน เด็กน้อย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 10 พ.ค. 13, 13:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณ เฮโล ครับ ลอง เข้าไปอ่านใน Google หรือ พิมพ์ หนังสือศิลปะวัฒนธรรม ในGoogle จากงานวิจัยหลายชิ้นว่า พระเจ้กรุงธนเข้ามาประเทศไทยเมื่ออายุ 10 ขวบ บางชิ้นก็บอกว่า เกิดที่เมืองไทย แต่ส่งไปเรียน ที่เมืองจีนกลับมาตอน 10 ขวบ ในความเป็นจริง คนจีนมาแล้วไม่มีใครกลับ เพราะเดินทางแสนจะลำบาก ซึ่งในท้องทะเล มีโจรสลัดชุกชุม ไม่มีใครกล้าเสี่ยง ผมว่าเป้นไปไม่ได้ นอกจากคนสมัยใหม่ ที่มีฐานะดีส่งลูกไปเรียนที่เมืองจีน

ผมสรุปของผมว่า ดช. ซิน แต้ เข้ามากรุงสยามตอนอายุ 10 ขวบ มาตามคำบัญชาของพระเจ้ากรุงจีน พระองค์หนึ่ง

//ช.ผาสุข

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 พ.ค. 13, 06:42 น โดย manjumbo » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 06:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยุคนั้นแหละคนจีนจากประเทศจีนแห่กันเข้ามาสู่ประเทศสยามจำนวนมากมาย ที่สำคัญอีกประการคือ เมื่อมาอยู่ในเมืองใหญ่ ก็จะตั้งเป็นสมาคมคนจีน เป็นองค์กร มีเงิน คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่นานก็มีโรงเรียนสอนภาษาจีนทั่วประเทศ ภารกิจเร้นลับนี้ลึกซึ้งมาก รากเหง้าคนไทยแท้จริง แสนซื่อ ที่บ้านเกิดของผม ชื่อ สมาคมตงฮั้ว ผมเคยไปกับพ่อบ่อยๆ เพราะพ่อของผมชอบคบหาสมาคมกับคนจีน พ่อของผมมีอาชีพเสริม คือชอบค้าขาย ส่งหมูเป็นให้กับเขียงหมูในตลาด นี่เป็นอาชีพเสริมนะ

ผมคิดของผมเองว่า... เมื่อครองราชอยู่นาน 15 ปี เรื่องราวต่างๆคงจะรั่วไหล ในการล่าเมืองขึ้นของเจ้ากรุงจีน กลุ่มคนไทยแท้คงรู้ทัน ในที่สุดถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนไม้จันท์สิ้นใจภายในกระสอบป่าน ตามประวัติศาสตร์ไทยที่ได้บันทึกไว้ เรื่องนี้ทำให้คนจีนส่วนใหญ่เคืองแค้นมาก ฝังรากมานานแล้ว

แต่ในหนังสือประวัติศาสตร์ยุคที่ผมเรียนตั้งแต่ชั้นประถม (วันนี้ผมอายุ70ปีแล้ว)บันทึกไว้ว่า พระองค์ทรงเสียสติ บังคับให้พระสงฆ์กราบไหว้ เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่านักประวัติศาสตร์เปลี่ยนไปเป็นอะไร?

ผมเข้ามาอาศัยใน กทม.ปี2506 ก็เห็นคนไทยจีน วิ่งแจกใบปลิ้ว ด่าทอ จักรีวงศ์ อยู่เป็นประจำ

เรื่องเหล่านี้ ก็เป็นประเด็นหนึ่ง ซึ่งมีผู้คนยังรู้สึกเป็น ปริศนา อยู่

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 พ.ค. 13, 08:46 น โดย manjumbo » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ลุงเฮโล
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 07:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลุงเฮมีมุขขำตลอด น่ารักอ๊ะ ยังไม่รู้เลยว่าใครพาไปวัดเส้าหลินลุงแมนยังไม่ยอมบอก อิ อิ รอคำตอบอยู่คะลุงแมนคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เฮโลฯ..
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 08:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คนจีนสมัยก่อน มีการค้าขายกับคนในภูมิภาคนี้ ตามที่เรารู้ๆกันอยู่ และพอดีว่า ผมเกิดอยู่ในแถบๆที่มีการคมนาคมในสมัยนั้น..ตามสถานที่แหล่งที่อยู่อาศัยสมัยโบราญ ผมพบเศษภาชนะที่มีอักษรภาษาจีนเขียนติดใว้ มีลักษณะเหมือนตราปั๊ม และยังเก็บรักษาใว้..
หากสัญนิฐานว่า จีนพบทำเลอุดมสมบูรณ์ จึงคิดขยายอานาเขต ส่งสายลับ ส่งกำลังล่าเมืองขึ้น อาจจะเป็นไปได้..
แต่..ประเทศจีน..ประเทศจีนบางครั้งก็ไม่สงบ มีการรบพุ่งกัยเองภายในประเทศ..มีการแย่งชิงอำนาจ..

ดังอดีต ที่ผมเคยบอกแฟนๆกระทู้ว่า ผมก็มีสายเลือดคนโพ้นทะเล..มาจากแผ่นดินจีน..
เตี่ยของย่า มาจากจีน ลงเรือที่เกาะไหหลำ มากันเป็นขบวนเรือ โดยเรือสำเภา..
และย่ายังเล่าให้ฟังต่อไปอีกว่า..
หลังจากอยู่จนลูกชายคนโต อายุได้กว่ายี่สิบปี ก็ส่งกลับไปยังเมืองจีน ไปเกี่ยวกับการบ้านเมือง ซึีงเรื่องราวที่มา ที่ไป ย่าจะรู้ได้ไม่มาก เพราะเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ไม่พูดให้เด็กรู้..
และ พี่ชายของย่า ก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย..
ย่าเล่าให้ผมฟังตั้งแต่ผมยังเด็กๆ ย่าของผม แซ่ทั๊ง..ออกเสียงกันเอาเอง..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เฮโลฯ..
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 08:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมนึกถึงเรื่องเล่าขึ้นมาได้เรื่องนึงครับ..
คือ..คนที่ถูกจับใส่กระสอบ แล้วทุมด้วยท่อนจันทร์ เป็นพี่ชาย ไม่ใช่พระเจ้าตากสินครับ เป็นพี่ชาย,น้า หรืออา ที่มีใบหน้าเหมือนกันมาก ซึ่งยอมสละชีพแทน
ส่วนพระเจ้าตากสิน ได้หนีลงมาอยู่ทางใต้ บวชเป็นพระ และสิ้นชีวิตในร่มกาสาวพัตร
ผมก็นึกไม่ออกว่า ผมอ่านมาจากที่ใใด นานแล้วครับ..

ประวัติความเป็นมา และเป็นไป ของพระเจ้าตากสิน เหมือนขว้างหินลงทะเล..
ข้อสัณนิฐาน..ล้วนเป็นไปได้ทุกข้อ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 08:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณเฮโล ลองอ่าน ตั้งแต่ Comment แรก จนจบซีครับ มีบอกไว้แล้ว

อีกประการผมย้ำว่า ไม่ต้องเชื่อข้อเขียนของผม ต้องไปอ่านในหนังสือประวัติศาสตร์ทั้ง 2 ชาติ ในประวัติศาสตร์จีนมีแน่นอนว่า ได้ส่งเด็กชายอายุ 10 ขวบมาที่กรุงสยาม เพื่อมาทำภารกิจสำคัญ แต่ชื่อเด็กชายคนนี้ อาจออกเสียง ไม่เหมือนกัน ซึ่งภาษาจีน มีหลายสิบสำเนียงเสียง

//ช. ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 09:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมมีหนังสือเก่าอยู่เล่มหนึ่ง เป็นพงศาวดาร แห่งกรุงสยาม เริ่มบันทึกเป็นหนังสือเมือรัชสมัย พระพุทธยอดฟ้าฯ บันทึก 84 บท 84 เหตุการณ์ ความหนา 873 หน้า ยกตัด 8

บรรจุพงศาวดาร เรื่องราวในอดีตล้วนๆ น่าสนใจที่สุดคือประวัติของ ครู แอนนา ครูสอนภาษาชาวอังกฤษ เป็นภรรยา นายทหารชาวอังกฤษ สามีมาประจำภาคพื้นเอเซีย ที่ประเทศมาลายู ร.4 บัญชาให้ ครู คนนี้ซึ่งเป้นเจ้าของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ ที่ สิงคโปร์ เข้ามากรุงสยามเพื่อสอน กุลบุตรกุลธิดา ในองค์ร.4 ในวังหลวง หนึ่งในนักเรียนในวังก้คือ ร.5 ตอนเยาวัย 5 ขวบ

จากจดหมายของครูคนนี้ส่ง จดหมายเล่าความเป็นมาในกรุงสยาม ไปให้แม่ฟังที่กรุงลอนดอน ภายหลังได้พิมพ์เป็นหนังสือชื่อ The King And I ออกจำหน่ายดังกระฉ่อนไปทั่วโลก กลายเป็น ละครเวที ที่ประชาชนเข้าชมมากที่สุดในโลก ระยะหลัง อเมริกาสร้างเป็นภาพยนตร์ ดังมาก แต่ในประเทศไทย ต้องห้าม ไม่ยอมรับความจริง

ส่วนหนึ่ง มีประวัติของพระเจ้ากรุงธนบุรี ค่อนข้่างละเอียด แน่นอนคนสมัยนี้ ไม่ค่อยยอมรับความจริง เปลี่ยนประวัติศาสตร์ให้เฉใฉไป แบบฝ่ามือเป็นหลังมือ

//ช. ผาสุข(หนอนหนังสือ)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 พ.ค. 13, 13:09 น โดย manjumbo » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เฮโลฯ..
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 09:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณครับ ที่แนะนำหนังสือ..ผมก็เป็นหนอนตัวเหี่ยวๆตัวหนึ่ง แต่สายตาของหนอนตัวนี้ มันร่วงโรยไปตามกาล..อ่านหนังสือนานๆก็จะพล่าฟาง สายตาของผม มันยาวไม่เท่ากัน..
อ่านหนังสือมากๆไม่ไหว แค่กระทู้ ก็อ่าน คห.ของแฟนๆเป็นคนๆไป ไม่ได้อ่านของทุกคนครับ..
ซินเตั...
สิน..
แซ่..ซิน..นาม เต้..
คนไทยสมัยก่อน ไม่มีนามสกุล ใช้เรียกชื่อเฉยๆ และก็ตามด้วย ลูกของใคร เหล่าไหน..
คนจีนมีแซ๋ ใช้แซ่มานานแล้ว
ซิน แผลงไปเป็นสิน..ก็ไม่น่าละเลย..
ผมชอบสนใจเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเมืองจีนครับ มรดกของย่า ยังมีโม่ หินแกรนิตสีชมพูครับ ผมเห็นตั้งแต่เกิด และใช้โม่แป้งทำขนม..เป็นโม่ที่นำมาจากมณฑลซัวเถาครับ..
คนจีน ชนชาติจีน มีความเจริญมาก และเจริญมาเป็นหลายพันปี รู้ได้ด้วยการดูจากหลักฐาน อ่านได้จากประวัติศาสจร

พระเจ้าตากฯรวบรวมกำลังอย่างไร ทำศึกด้วยวิธีไหน..ใช้คนอย่างไร มีอะไรเป็นอาวุธร้ายบ้าง..
อย่าลืม คนในยุคนั้น มีจำนวนเท่าไร ต้องรวบรวมสักเท่าไร จึงจะต่อกรกับพม่าได้..
ในการกอบกู้เอกราช มีหน่วยไหน มีทหารจากเมืองใดเข้าช่วย..
ลำพังกองกำลังของพระเจ้าตากฯเพียงหน่วยเดียว ก็คงจะรวบรวมไพรร่พลได้ไม่มาก..
หรือว่า ในขณะที่พระเจ้าตากไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นพม่า และในประเทศพม่าเอง ก็อ่อนแอลงพอดี..
พอดีผมกำลังฟังรายการจากวิทยุ สถานีของพระ กำลังเล่าเรื่องการเสียกรุงในปี2310 พระเจ้าเอกทัศน์ ลุ่มหลงในกามตัญหา กามราคะ พระเจ้าตากสินฯได้แอบขุดกำแพงเมือง แล้วหนีออกมารวบรวมไพร่พล..
การเรียนรู้ การศึกษาประวัติศาสร์ของชาติ ทำให้เรารู้จักระมัด ระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ประเทศชาติ
หรือใครว่า ไม่ต้องเรียนรู้ ไม่ต้องศึกษา เพราะโตมา ก็จะไปตายอยู่เมืองนอก..
มีเสียด้วย..ในวันๆระยะนี้..มีคนไม่อยากอยู่ประเทศบ้านเกิด อ้างว่า ครูบาอาจารย์สอนหนังสือไม่เก่งเท่ากับพวกครูต่างชาติ..ครูออสเตเรียสอนเก่ง สอนหนังสือพวกเขาแล้ว ถึงกับจะมีปีกบินได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 13:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เรื่องที่คุณ เฮโล ทราบมาว่า พระเจ้ากรุงธนบุรี หนีไปนครศรี นักประวัติศาสตร์(อ่อนหัด)เขียนขึ้นมาใหม่ เมื่อไม่นานมานี้เอง ในหนังสือเก่าแก่ของผมเล่มที่ผมครอบครองอยู่ก็มี พูดถึง กรณีที่คุณว่านั้น แต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กล่าวอ้างขึ้นมาลอยๆ

เดี๋ยวผมจะค้นมา เล่าย่อๆให้ฟังครับ ประมาณว่า แม่ทัพนายกองไทยคนหนึ่งไปรบชนะหัวเมืองอะไรจำไม่ได้ หรือปราบเขมร หรือปราบลาวจำไม่แม่น(อ่านนานแล้ว) และแม่ทัพนายกองคนนั้นอายุมากแล้วแต่เป็นโสด พระเจ้ากรุงธนฯได้ มอบรางวัลล้ำค่าให้อย่างหนึ่ง เป็นราชรางวัล คือมอบ สนม หรือหม่อม อะไรนี่แหละ สวยงามมาก แล้วให้ไปคุมหัวเมืองนครศรี แต่ภรรยาแสนสวยคลอดก่อนกำหนดหลายเดือน (ประวัติว่าอย่างนี้ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว) ตอนหลัง สืบตำแหน่งต่อจากพ่อ เป้นต้นตระกูลหนึ่ง ที่มีชื่อสียง ที่ จ. นครศรีธรรมราช คงกล่าวในที่นี่ไม่ได้ โดนลบแน่ ในพงศาวดาร อ้างว่า เป็น ราชบุตรของ พระเจ้ากรุงธนบุรี (กรุณาอยาลบนะครับ)

มีอยู่ในพงศาดาร ผมไม่ได้มั่ว

ยุคสมัยพระเจ้าแผ่นดินส่งแม่ทัพนายกองไปปกครองหัวเมืองต่างๆมากมาย ตามประวัติ บิดาของขุนชำนิราชกิจ เป็นตาของผม ก็คนกรุงเทพ น่าจะเป็นยุคไกล้เคียงกัน ไปรับราชการที่นครศรียุคนั้น สมัยก่อน นครศรีฯ จะขึ้นต่อ อยุธยา นครศรีฯเป็นราชธานี จะเรียกว่าเป็นประเทศหนึ่งก็ได้ คนเฒ่าคนแก่ คนนามสกุล รัตนสภา แผลงมาเป็น รัตนสุภา ญาติโกโหติกาได้รวบรวมประวัติทำเป้นหนังสือ ก้เลยได้รู้ ความเป็นมาของสกุลที่แท้จริง

ก็คงคงไกล้ๆกับ ต้นตระกูล ณ.นคร

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เฮโลฯ..
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 14:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เรื่องคนอาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้มีอยู่กันแต่เดิมมาแล้ว ผมก็เชื่ออย่างนั้น คนไทย บางหมู่ บางพวก ก็โยกย้ายไปๆมาในระแวกนี้..
ที่บ้านบึงญ่า ตำบหนองจิก อ.คีรีมาศ สุโขทัย พบหลุมฝังศพคนโบราญ กรมศิลป์,ได้ประมาณอายุเกือบๆสองพันปี..ขนาดของโครงกระดูก ก็เท่าๆกับมนุษย์สมัยนี้แหละครับ แต่หลายแห่ง ผมเคยพบว่า โครงกระดูกมีลักษณะใหญ่กว่า
การรู้บักใช้หนังสือใช้อักษร จีนมีความเจริญมาก่อนชนที่อาศัยอยู่ใในแถบๆภูมิภาคนี้ การรู้จักบันทึกเรื่องราว ก็คนจีนน่ะครับ..
ผมเชื่อว่า คนไทย ไม่ได้อพยบมาจากไหน..แต่หากจะมีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน ก็อาจจะเป็นไปได้ เช่น ได้รับผลกระทบจากสงคราม ก็ย้ายกำลังพล ก็ต้องรวมทั้งครอบครัวด้วย..ย้ายการไล่ล่า ก็อาจจะหนีจากถิ่นเดิมไปได้ไกลๆ..
เช่น ลาว เขมร ก็เคยตกเป็นเบี้ยเมืองขึ้นของไทยมาแล้ว และเมืองทวาย เมืองงไทรบุรี ก็เป็นเนื้อแผ่นดินของไทย ไกลสุดกู่

การเรียนรู้ในประวัติศาสตร์ของชาติ เป็นสิ่งที่ดีงามครับ..เพราะทำให้เรารู้กันว่า เราเป็นใคร ถิ่นฐานของเรามีความเป็นมาอย่างไร เราจะรักษา ดูแลกันอย่างไร..
ไม่ใช่ว่า จะครองแผ่นดินให้ได้ โดยไม่สนใจถึงความรัก และความรู้สึกของคนในชาติว่าอย่างไร..
ในประวัติศาสตรก็เคยมีใว้ คนชักศึกเข้าบ้าน..ชาติล่มจมเพราะคนในเป็นใส้ศึกก..
เช่น หญิงโสเภณี บอกแหล่งน้ำให้พม่างแค่อยากได้เงินทองของพม่า..
จึงเป็นเหตุให้เมืองแตกเพราะความลับรั่วไหล..(ในครานั้น พม่าได้ปิดล้อมเมืองซากังราว ปิดล้อมอยู่นาน เสบียง และน้ำก็ยังไม่สิ้น สุดท้าย มีหญิงโสเภณี ได้เผลอตัวบอกความลับเรื่องแหล่งเสบียง..แหล่งน้ำที่มาจากท่อทองแดง และพม่าได้สังหารโสเภณีนางนั้น นำศพอุดยัดที่่ท่อทองแดง น้ำไมไหล เมืองทั้งเมืองเลยขาดน้ำ เสียเมือง)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 14:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062 สวัสดีค่ะท่านจอมยุทธทุกท่าน...

ออกมารายงานตัวหลังจากที่แอบติดตามอ่านข้อความของทุกท่านจนอิ่มและเต็มไปด้วยความรู้...

ขอบคุณมากค่ะที่แบ่งปัน... q*104q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 16:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เหตุกระทู้นีคุยมายาวแล้วเลยไปตั้งกระทู้ใหม่เลยไม่ผ่านคุณแมนเก่งรู้จักตั้งกระทู้ให้ดูน่ารักก็ผ่านอย่างง่ายดาย ดีครับเจ้าหน้าที่เขาช่วยขัดเกลาให้อีกครั้งหนึ่งครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 20:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณ Destinygoal ครับ ขอบคุณครับที่ชม

อย่างนามสกุลเจ้าเมืองนครศรีฯ(ไม่ใช่กษัตริย์นะครับ)ที่ผมบอกในการลำดับเรื่องราว ผมบอกว่า บอกไม่ได้ ว่านามสกุลอะไร อาจจะทำให้ผู้สืบเชื้อสายนามสกุลดังไม่พอใจก็ได้ ก็เลี่ยงไป แล้วก็กลับมาปิดเบรค ดูแล้วไม่เกี่ยวกัน ภาษานักเขียนเรียกว่า หักมุม ฝรั่งเรียกว่า Trick ในมหาวิทยาลัย คณะ สื่อสารมวลชน ทุกมหาวิทยาลัย ไม่มีการสอน การเขียนบทความ ที่เรียกว่า "หลบคดี"ครับ คือเขียนอย่างไรไม่ให้ติดคุก

ส่วนใน บอร์ดแห่งนี้จะต้องรู้ว่า ควรเขียนอย่าไรไม่ให้โดน Block หรือโดนลบ อาจจะเรียกว่าความสามารถเฉพาะตัวครับ ขออนุญาตโม้สักนิด

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 20:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณ Destinygoal ครับ ขอบคุณครับที่ชม

//ช.ผาสุข

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Lepo
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 13 พ.ค. 13, 00:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วัดพนัญเชิง วัดเล่งเน่ยยี่ สันนิษฐานว่า กว่า 600ปีแล้วนะ

ชาวไทยดำ ทุกวันนี้อยู่เหนือขึ้นไปจากเชียงราย เลยคุนหมิงขึ้นไป
อยู่ในจีนมาแต่โบราณ หน้าตาก็เหมือนคนไทย
ก็พูดภาษาไทยภาคกลาง ใครไปเที่ยวก็สามารถสื่อสารรู้เรื่อง
ไม่ต้องอาศัยล่าม พูดภาษาเดียวกับกรุงเทพนี่แหละ
ไปลาวยังฟังยากกว่า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เฮโลฯ..
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 13 พ.ค. 13, 07:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คนในแแค้วนสิบสองปันนาอ่ะครับ..การพูดก็คล้ายๆกับคนไทยเรา มีการสัญนิฐานว่า เคลื่อยย้ายลงมาในตอนใต้ ผมก็เชื่ออย่างนั้น เพราะภาษา เป็นการยืนยัน..
กลุ่มชนคนไทย เคยแผ่ขยายอิทธิพลไปถึงท้องทะเลเลยครับ คนไทยมีอิทธิพลในแว่นแคว้นนี้ แดนที่คนไทยครอบครอง กว้างใหญ่กว่าเท่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้..
ดังนั้น มีความเป็นไปได้สูงยิ่ง ที่คนจะพูดภาษคล้ายๆเรา การแผ่ขยายอนาณาเขต หรือการอพยบหนีภัยสงคราม การเคลื่อนย้าย หากเคลื่อนย้ายไปไม่ไกลจนฝ่ายไล่ล่าตามถึง ก็เสร็จมะก้องด้องอ่ะซี..
ชาวจีนในกำแพง ได้ถือเอาว่า คนที่อยู่กระจัดกระจายรอบๆนั้น เป็นคนนอกสังคม และเลื้อยลงมาตอนล่างๆ เป็นแนวเขา แนวป่า คนจีนในยุคนั้นเรียกคนพวกนี้ว่า ชาวป่า ไร้การศึกษา
คนจีนในกำแพง ไม่มีความสามารถในการติดตามไล่ล่า เพราะไม่มีความสามารถในการป้องกันโรคต่างๆได้ เช่นโรคที่ทำให้เกิดตุ่มหนอง และจำพวกเป็นไข้ สมัยนั้น ไม่รู้จักไข้ทรพิษ ไม่สามารถป้องกันโรคที่เกิดจากแมลงมีพิษกัดได้
การแผ่อิทธพลของจีน ไม่สามารถแผ่มาในเส้นทางเดินเท้าได้ เนื่องจากไม่มีความสามารถในการดูแลสุขภาพได้ ต้องใช้เส้นทางเดินเรือ
ผมอ่านหนังสือเรื่องนี้นานมากแล้ว จำได้ไม่เท่าไร
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 13 พ.ค. 13, 18:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ลุงเฮมีมุขขำตลอด น่ารักอ๊ะ ยังไม่รู้เลยว่าใครพาไปวัดเส้าหลินลุงแมนยังไม่ยอมบอก อิ อิ รอคำตอบอยู่คะลุงแมนคะ

ผมจะบอกความลับ ให้ฟังเรื่องนึง ท่านลุงเฮโลฯ มีนามสกุลว่า "เชิญยิ้ม" ครับ q*033

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
โฮเล
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 13 พ.ค. 13, 20:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมอ่ะนะ วันไหน ทำเป็นเหงาๆ นั่น..แสดงว่า ผมอาจจะมีอาการป่วย ไม่ป่วยกาย ก็ต้องป่วยทางจิต..
วันๆไม่ต้องละ ผมหน้าบานได้ทั้งวัน..
จ๊อกจ๋อ เชิญยิ้ม..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เฮโลฯ..
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 13 พ.ค. 13, 20:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
555 เรียน คห.ที่36 คุณLepo
เคยฟังเพลงๆนึงไหมครับ..ชื่อเพลง ไทยดำรำพัน..ขับร้องโดย นักร้องชาวประเทศลาว ชื่อ ก.วิเศษ..
เนื้อหาในเนื้อร้อง ก็รำพัน รำพึงถึงการพลัดพรากจากถิ่นที่อยู่อาศัย..
สิ๊บฮาปี ตี่ไต๋เฮาเสียแดนเมือง..เคยรุ่งเรือง หยิ่งทนง อยู๋สุ๊กสะบาย เราคนไท ย่ายกั่นไป่ ทุกถิ่น ทุกฐาน..9ล9
นักร้องคนนี้ ได้รับความนิยมมากจากฝั่งขวา คึือคนไทย ตอนหลัง นักร้องเพลงคนนี้ ได้เป็นรัฐมนตรีหรืออะไรสักอย่างของรัฐบาลลาวพลัดถิ่น ตำแหน่งประชาสัมพันธ์
หลายปีมากแล้ว ตั้งแต่ลาวเกิดสงครามแยกฝ่าย หากเขายังม
มีชีวิตอยู่ อายุคงจะเกือบร้อยปีกระมังครับ..
(ไม่เกี่ยวกับกระทู้เลย แต่ก็มีปัจจัยเกี่ยวข้องกับการโยกย้ายถิ่นฐาน)
จงฮั่กกั่นเด้อ ไทยดำเร่าหนา..แต่นแต่นแตนน....
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Lepo
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 14 พ.ค. 13, 00:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สบายดี คุณเฮโลฯ

ก.วิเสส หรือ จ่าตรี ก. วิเศษ

ไม่แน่ใจว่า ไทดำรำพัน ที่พูดถึงกันอยู่ จะใช่ไทยดำเดียวกันหรือไม่
ถ้าใช่ก็น่าจะเป็น ภูไทย,ผู้ไท นึกไม่ออกจริงๆ

พระนางไซซี ในจีนสมัย ก่อนค.ศ. ประมาณพันกว่าปี
มีชีวิตอยู่ในสมัยแคว้นเย่ และสามารถกู้แผ่นดินกลับมาได้
พระนางไซซี เป็นคนไทดำ เหมือนกันนะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เฮโลฯ..
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 14 พ.ค. 13, 09:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เป็นคนๆเดียวกันครับ..
วันนี้ มีธุระอ่ะครับ..บ่ายๆมาใหม่ครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม