หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ประชุมเมืองไทยอิ่มใจตามรอยพระราชดำริ : คลังอาหารเพื่อปวงประชา พระเมตตาปกทั่วหล้า  (อ่าน 89 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 6 ต.ค. 16, 14:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ประชุมเมืองไทยอิ่มใจตามรอยพระราชดำริ : คลังอาหารเพื่อปวงประชา พระเมตตาปกทั่วหล้า

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) และสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) จัดโครงการ “ประชุมเมืองไทย อิ่มใจ ตามรอยพระราชดำริ” ร่วมเทิดพระเกียรติปีมหามงคล 3 ปีติ

เนื่องในวาระครบรอบ 70 ปี ครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 88 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา โดยได้ส่งเสริมการจัดกิจกรรมศึกษาดูงานโครงการพระราชดำริ พร้อมผนวกการจัดงานไมซ์ไว้ในโปรแกรมด้วย อาทิ การจัดประชุมสัมมนา การฝึกอบรม กิจกรรมซีเอสอาร์ รวมถึงการท่องเที่ยวก่อนหรือหลังงานประชุม (Pre-post tour) ครอบคลุมพื้นที่โครงการฯกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ อาทิ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครพนม สกลนคร ราชบุรี เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน นครศรีธรรมราช อยุธยา และอ่างทอง เพื่อให้องค์กรต่างๆได้น้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับใช้ในการทำงานหรือชีวิตประจำวัน

สำหรับเส้นทางศึกษาดูงานโครงการตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพื้นที่ จ.อ่างทองและอยุธยา ทีเส็บได้จัดนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการที่ทรงพระราชทานเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความยากลำบากในการดำรงชีพเมื่อต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาแหล่งอาหารและอาชีพเสริมเพิ่มรายได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังเช่นที่โครงการฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริบ้านยางกลาง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความลำบากทั้งด้านที่อยู่อาศัยและที่ทำกินเมื่อครั้งที่เกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะอ่างทองซึ่งถูกน้ำท่วมเกือบทั้งจังหวัด โดยมุ่งทำฟาร์มตัวอย่างให้เกิดผลผลิตและสร้างงานในลักษณะเกษตรอินทรีย์ในด้านการเกษตร ปศุสัตว์ และประมง ตลอดจนเป็นแหล่งผลิตอาหาร (Food bank) ที่ปลอดสารพิษในการเลี้ยงประชากร ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่ม พร้อมทั้งเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง ซึ่งทรงมีพระราชดำริให้ช่วยเหลือบุตรหลานของครอบครัวราษฎรที่เดือดร้อน ให้เข้ารับการฝึกอบรมอาชีพกับทางศูนย์ฯ เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ได้แก่ การทำเครื่องปั้นดินเผา ทอผ้า ปักผ้า และแกะสลักไม้ โดยมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆอันเป็นผลงานฝีมือของชาวบ้านด้วย

จากนั้นไปรับฟังเรื่องราวการดำเนินงานเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามตามแนวพระราชดำริ โดยทรงมีพระราชดำริให้สมาชิกศูนย์ศิลปาชีพบางไทรศึกษาเพาะเลี้ยงพันธุ์กุ้งก้ามกราม เพื่อให้ราษฎรมีอาชีพเสริม ทรงรับซื้อลูกพันธุ์กุ้งและให้นำไปปล่อยในแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมากรมประมงและหน่วยงานต่างๆได้ร่วมกันสนองพระราชดำริเพาะพันธุ์และปล่อยลูกกุ้งลงสู่แม่น้ำอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน นับเป็นบทเริ่มต้นของการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของกุ้งก้ามกรามในแม่น้ำเจ้าพระยา นำมาซึ่งอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับราษฎรริมสองฝั่งแม่น้ำ จนชาวบ้านแถบนั้นพากันเรียกกุ้งก้ามกรามเหล่านี้ว่า “กุ้งสมเด็จ”


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม