หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เมื่อให้กู้ต้องรู้จักอากรแสตมป์  (อ่าน 48 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 16 ก.ค. 18, 13:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
        อากรแสตมป์
   ตามประมวลรัษฎากร  ให้คำนิยามของคำว่า
   " ตราสาร " หมายความว่า เอกสารที่ต้องเสียอากรตามหมวดนี้
   " แสตมป์ " หมายความว่า  แสตมป์ปิดทับหรือแสตมป์ดุนบนกระดาษ และแสตมป์ดุนบนกระดาษนี้  ให้หมายความรวมถึงแสตมป์พิมพ์ทับบนกระดาษด้วย ทั้งนี้ตามที่กำหนดลักษณะโดยกฎกระทรวง
   " ปิดแสตมป์ " หมายความว่าการปิดแสตมป์ทับกระดาษหรือการมีแสตมป์ดุนบนกระดาษ
   " ขีดฆ่า " หมายความว่า การกระทำเพื่อมิให้ใช้แสตมป์ได้อีกโดยในกรณีแสตมป์ปิดทับได้ลงลายมือชื่อ หรือชื่อห้างร้านบนแสตมป์  หรือขีดเส้นคร่อมฆ่าแสตมป์ที่ปิดทับกระดาษ  และลงวัน เดือน ปี ที่กระทำสิ่งเหล่านี้ด้วย ในกรณีแสตมป์ดุนได้เขียนบนตราสารหรือยื่นตราสาร  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประทับแสตมป์ดุนให้แสตมป์ดุนปรากฏอยู่ในด้านหน้าของตราสารนั้น
   " ปิดแสตมป์บริบูรณ์ " หมายความว่า  (1) ในกรณีแสตมป์ปิดทับ คือการได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ทับกระดาษก่อนกระทำหรือในทันที่ที่ทำตราสารเป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและได้ขีดฆ่าแสตมป์นั้นแล้ว หรือ..................
   ในการใช้อากรแสตมป์ที่มักนิยมใช้กับตราสารซึ่งเป็นเอกสารสัญญาเพื่อมีไว้เป็นหลักฐานในการนำมาฟ้องร้องกรณีมีการผิดนัดผิดสัญญากันบ่อยๆ ก็คือหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน  ดังนั้น เมื่อผู้ให้กู้จะใช้สิทธิทางศาลฟ้องร้องให้ลูกหนี้ซึ่งผิดสัญญาชำระหนี้กู้ยืม   ผู้ให้กู้ก็สมควรที่จะปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนเรียบร้อยก่อนหรือในขณะที่นำสัญญากู้มาใช้ในการพิจารณาคดีก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา  ไม่เช่นนั้นเงินที่ให้กู้ยืมไปและเงินที่ต้องจ่ายค่าทนายความไปอาจสูญเปล่า  เพราะความพลาดพลั้งของผู้ให้กู้หรือทนายความที่ดำเนินคดีให้กับท่าน  แม้จะได้ปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนในภายหลังก็ตาม  ดังตัวอย่างจากคำพิพากษาศาลฎีกานี้ได้
   คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4482/2550
   การที่โจทก์ได้ปิดอากรแสตมป์ในสัญญากู้ยืมเงินครบถ้วนแล้ว  และ ประมวลรัษฎากร มาตรา 117 ให้ถือว่าเป็นตราสารที่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ แต่การปิดแสตมป์นั้น  โจทก์จะต้องกระทำก่อนหรือในขณะนำสัญญากู้ยืมเงินมาอ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งก่อนศาลชั้นต้นตัดสินชี้ขาด   เมื่อโจทก์นำสัญญากู้ยืมเงินไปปิดอากรแสตมป์หลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแล้ว   สัญญากู้ยืมเงินย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้มิได้ดังที่บัญญัติไว้ตาม  ประมวลรัษฎากร มาตรา 118  ถือได้ว่าโจทก์มิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ  โจทก์จึงฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง

Cr. https://www.thaiasianlaw.com
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  กฎหมาย กู้ยืมเงิน ภาษี อากร 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม