หน้า : พิมพ์หน้านี้ - PEA แนะนำติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD)

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: porkaki141 ที่ 18 พ.ค. 21, 17:42 น

PEA แนะนำติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD)


กระทู้: PEA แนะนำติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD)
เริ่มกระทู้โดย: porkaki141 ที่ 18 พ.ค. 21, 17:42 น
PEA แนะนำติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD)
เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากเครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องใช้ไฟฟ้า คือ สิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่อันตรายที่เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถทำให้ถึงแก่ชีวิต PEA แนะนำให้ติดตั้ง RCD เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
เครื่องตัดไฟรั่ว RCD (Residual Current Device) คือ เครื่องตัดไฟฟ้าอัตโนมัติที่จะตัดวงจรเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านสายเฟสและสายนิวทรัลมีค่าไม่เท่ากัน
ประโยชน์ของเครื่องตัดไฟรั่ว
1. ใช้เพื่อป้องกันอันตรายต่อบุคคลจากการถูกไฟฟ้าดูด
2.  ใช้เพื่อป้องกันอัคคีภัยที่อาจเกิดจากไฟฟ้ารั่วในวงจรไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า
3. ใช้เพื่อตรวจสอบว่ามีจุดใดกระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน จะได้แก้ไขต่อไป
เครื่องตัดไฟรั่วมีทั้งหมด 2 ชนิด
1. RCBO (Residual current circuit breaker with overcurrent protection) : สามารถใช้ตัดวงจรได้ทั้งกรณีเกิดกระแสไฟฟ้ารั่ว, กระแสไฟฟ้าเกิน และกระแสไฟฟ้าลัดวงจร
2. RCCB (Residual current circuit breaker) : สามารถใช้ตัดวงจรได้เฉพาะกรณีเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วอย่างเดียว จึงมักต้องติดตั้งร่วมกับฟิวส์หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์เสมอ
ตำแหน่งในการติดตั้งใช้งาน
1.  ติดตั้งที่แผงเมนสวิตช์ เช่น ติดตั้ง RCBO แทนเซอร์กิตเบรกเกอร์เมน กรณีนี้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันอัคคีภัยเป็นหลัก
2. ติดตั้งที่วงจรย่อย เช่น ติดตั้ง RCCB กรณีนี้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันอันตรายต่อบุคคลจากการถูกไฟฟ้าดูดเป็นหลัก
เครื่องตัดไฟรั่วต้องเป็นไปตามข้อกำหนดดังนี้
1. ต้องผลิตและผ่านการทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เครื่องตัดไฟรั่วชนิด RCBO มอก. 909-2548  หรือ เครื่องตัดไฟรั่วชนิด RCCB มอก. 2425-2552
2. ต้องมีพิกัดกระแสไฟฟ้ารั่วไม่เกิน 30 มิลลิแอมแปร์ เพื่อป้องกันอันตรายต่อบุคคลจากการถูกไฟฟ้าดูด
3. ต้องติดตั้งร่วมกับสายดิน เพราะสายดินจะช่วยนำไฟฟ้าที่รั่ว ไหลลงดินโดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อคนที่สัมผัส และช่วยให้อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน (เซอร์กิตเบรกเกอร์) รวมทั้ง RCD สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ติดตั้งในวงจรย่อยที่มีความเสี่ยง เช่น บริเวณที่เปียกชื้น ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ห้องครัว ห้องใต้ดิน วงจรไฟฟ้าภายนอกอาคาร รวมถึงวงจรย่อยสำหรับ    เครื่องทำน้ำอุ่น/อ่างอาบน้ำ
5. RCD ต้องมีพิกัดกระแสไม่น้อยกว่า พิกัดกระแสของเครื่องป้องกันกระแสเกิน
6. ต้องเป็นชนิดที่ปลดสายไฟทุกเส้นออกจากวงจรรวมทั้งสายนิวทรัล ยกเว้นสายนิวทรัลนั้นมีการต่อลงดินโดยตรงแล้ว
7. กรณีต้องการป้องกันอัคคีภัย อาจติดตั้ง RCD ที่ตำแหน่งหลังจากเซอร์กิต เบรกเกอร์เมน โดยเลือก RCD ขนาดพิกัดกระแสรั่วมากกว่า 30 mA (เช่น 100 mA หรือ 300 mA) และควรเป็นชนิดหน่วงเวลา (type S)
8. ควรตรวจสอบการทำงานของ RCD อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยทุก 6 เดือน โดยกดที่ปุ่มทดสอบการทำงาน (Test Button) ที่ RCD

ข่าว : กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค