หน้า : 1  พิมพ์หน้านี้ - เด็ด! รู้จักศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => เรื่องเด่นประเด็นดัง => ข้อความที่เริ่มโดย: areyousure ที่ 3 ม.ค. 12, 21:01 น

เด็ด! รู้จักศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย


กระทู้: เด็ด! รู้จักศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย
เริ่มกระทู้โดย: areyousure ที่ 3 ม.ค. 12, 21:01 น
รู้จักศัพท์เด็ดโดนใจในการเมืองไทยร่วมสมัย จาก "ซึนเดเระ" ถึง "สลิ่มเสื้อแดง" และ "อุตรโครียานุวัตร"

ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นำไปสู่วิวาทะอันก่อให้เกิด "ศัพท์" และ "สำนวน" ใหม่ๆ ในทาง "การเมืองวัฒนธรรม" ขึ้นเป็นจำนวนมาก

จึงมีผู้จัดทำเว็บไซต์-เพจเฟซบุ๊ก "พจนานุกรมศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย" ขึ้นมา (http://www.facebook.com/thaipolitionary และ http://thaipolitionary.com/) เพื่อรวบรวมประมวลศัพท์-สำนวนเหล่านั้นอย่างเป็นระบบ ผสมผสานอารมณ์ขันเชิงจิกกัดรสชาติแสบๆ คันๆ

และนี่คือตัวอย่างบางส่วนของศัพท์-สำนวนการเมืองไทยยุคทศวรรษ 2550 ที่มติชนออนไลน์คัดลอกมานำเสนอจากเว็บไซต์พจนานุกรมศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย
 
อุตรโครียานุวัตร (น.)

ความหมาย: กระบวนการเปลี่ยนแปลงให้มีสภาพคล้ายกับประเทศเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเมือง สังคม และวัฒนธรรม ทั้งนี้ ประเทศไทยตกอยู่ในกระบวนการนี้มายาวนาน และแม้จะเดินไปบนเส้นทางสู่ประชาธิปไตยเต็มใบแต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะไปถึง
 
ที่มา: บัญญัติขึ้นครั้งแรกโดย ศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2554 ในการเสวนา "6 ทศวรรษ กับการเปลี่ยนแปลงในสังคมท้องถิ่นล้านนา"

(อังกฤษ: Northkoreanization)

เกาหลีเหนือแห่งอุษาคเนย์ (น.)

ความหมาย: ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศหนึ่งซึ่งอ้างว่าปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่มีกลไกลอำนาจรัฐ กฎหมาย และวิธีการบังคับใช้กฎหมายที่ขัดกับหลักประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานโดยสิ้นเชิง นับตั้งแต่การปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การลงโทษนักโทษการเมืองขั้นรุนแรงเด็ดขาด ไปจนถึงการล้างสมองพลเมืองให้เซื่องซึมและยินดีกับการใช้อำนาจเผด็จการ

ที่มา: ใช้เป็นอุปมาในทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549

อากงโกโฟเบีย 112 (น.)

ความหมาย: โรคติดต่อที่พบในเขตร้อน ค้นพบครั้งแรกในสยามเมื่อ 80 ปีมาแล้ว แต่เชื้อกลายพันธุ์และกลับมาระบาดหนักช่วงหลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 โดยแพร่กระจายในเขต กทม. และชานเมือง

ผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลาง เชื้อสายไทยจีนอายุ 50-60 ปีขึ้นไป ติดต่อผ่านผู้ใกล้ชิด โทรศัพท์มือถือ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ ทีวี และเครือข่ายสังคมออนไลน์

ผู้ติดเชื้อจะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน วิงเวียนศีรษะ ควบคุมตนเองไม่ได้ มักใช้โทรศัพท์มือถือส่งข้อความผิดๆ ถูกๆ

ยังไม่มีการค้นพบยาป้องกันหรือรักษาโรคนี้แต่อย่างใด ต้องนำผู้ป่วยมากักขังอย่างน้อย 20 ปี เพื่อสกัดกั้นการฟักตัวและการแพร่ระบาดของเชื้อ

ที่มา: บัญญัติขึ้นโดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2554

(อังกฤษ: Akongo-phobia 112)

คนไทยหรือเปล่า (สำนวน)

ความหมาย: เป็นคนไทยที่มีพฤติกรรม ทัศนคติ ความเชื่อ หรือค่านิยมสอดคล้องกับสิ่งที่รัฐหรือผู้มีอำนาจต้องการและปลูกฝังหรือไม่

ที่มา: นี่คือคำถามอมตะที่ถูกใช้และผลิตซ้ำนับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อประเทศจากสยามเป็นไทยในปี 2482 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ถูกใช้ในทางการเมืองโดยมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันไป อาทิ

1) เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของผู้ตั้งคำถามให้ผุดผ่องน่าเลื่อมใสยิ่งขึ้น

2) เพื่อสยบการวิพากษ์วิจารณ์ การตั้งคำถาม หรือการคิด

3) เพื่อให้เชื่อฟังและยอมรับการใช้อำนาจเผด็จการหรือความอยุติธรรมโดยดุษณี

4) เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ผู้ฟังให้ลุ่มหลง คุ้มคลั่ง และก่อการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยขาดสติ

ฝรั่งโง่ (น.)

ความหมาย: ชาวตะวันตกผู้ไม่เข้าใจและไม่มีวันเข้าใจสภาพการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของประเทศไทยอย่างถ่องแท้-โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เข้าใจว่าประเทศไทยมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองซึ่งไม่มีประเทศใดเสมอเหมือน-แต่กลับถือดีวิพากษ์วิจารณ์ประเทศไทยให้เสียหาย เข้าตำราโง่แล้วอยากนอนเตียง

ที่มา: นี่คือวาทกรรมที่พบในสังคมไทยมานานแล้ว และยังคงถูกใช้งานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของคำวิพากษ์วิจารณ์ และขณะเดียวกัน เพื่อปิดหูปิดตาแล้วหลอกตัวเองเรื่อยไป
 
ซึนเดเระ (ว.)

ความหมาย: ลักษณะพฤติกรรมที่ดัดจริต โกหก ปากไม่ตรงกับใจ ปากว่าตาขยิบ สร้างภาพ หรือเสแสร้ง โดยเฉพาะในประเด็นทางการเมือง เช่น ต่อสาธารณชนมักเรียกร้องให้เกิดความสมานฉันท์ศานติสุขในบ้านเมือง แต่เมื่ออยู่ในที่รโหฐานกลับเห็นด้วยและสะใจกับการสังหารหมู่ผู้ที่มีความเห็นทางการเมืองต่างจากตน เป็นต้น

คำที่มีความหมายเดียวกัน: ซึน

ที่มา: มาจากคำศัพท์ที่ใช้ในวงการการ์ตูนญี่ปุ่น เริ่มใช้ในการเมืองไทยร่วมสมัยในราวปี 2553 โดยเว็บไซต์ drama-addict.com และเพจ "ถ้ารักประเทศไทย ต้องไม่ซึนเดเระ" บนเฟสบุ๊ค

(ญี่ปุ่น: ツンデレ)



กระทู้: เด็ด! รู้จักศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย
เริ่มกระทู้โดย: areyousure ที่ 3 ม.ค. 12, 21:02 น
โกหกแลนด์ (น.)

ความหมาย: ดินแดนสมมติที่ประกาศตนว่ามีความเจริญรุ่งเรืองเทียบเท่านานาอารยประเทศ มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี มีวัฒนธรรมอันประเสริฐไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าดินแดนใด มีรูปแบบการปกครองที่ให้อำนาจแก่ประชาชน และมีระบบกฎหมายอันเที่ยงธรรม ประชาชนในดินแดนนี้ล้วนเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และสามัคคีธรรมสูง

เก้าอี้ (น.)

ความหมาย: อาวุธหนักประเภทหนึ่งซึ่งมอบเป็นรางวัลแด่คนช่างฝัน หรือใช้เป็นบทลงทัณฑ์สำหรับผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง นิยมใช้ฟาดขณะที่ร่างกายลอยอยู่บนอากาศและมีเชือกแขวนคอ โดยมากผู้ที่ใช้อาวุธหนักประเภทนี้มักมองว่าผู้ที่ถูกใช้ไม่ใช่คน โดยเฉพาะไม่ใช่คนไทย

ที่มา: เหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519

มันเป็นเรื่องบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องการเมือง (สำนวน)

ความหมาย: เกี่ยวข้องกับเรื่องความกินดีอยู่ดีของประชาชนหรือความมั่นคงของประเทศชาติ ซึ่งไม่ใช่เรื่องการแบ่งปันหรือตักตวงผลประโยชน์ของนักการเมืองที่เห็นแก่ตัวและฉ้อฉล

ที่มา: ประโยคนี้เป็นวาทกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อบิดเบือนความหมายที่แท้จริงของการเมืองโดยฉายภาพให้การเมืองเป็นเรื่องชั่วร้าย และมักใช้เป็นข้ออ้างในการแทรกแซงการเมืองของอำนาจนอกระบบ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงการเมืองเป็นเรื่องของบ้านเมืองอยู่ธรรมชาติอยู่แล้ว

ความเป็นกลาง (น.)

ความหมาย: ภาวะที่ไม่เอนเอียง ไม่ฝักใฝ่ ไม่เข้าข้าง ไม่เอาใจช่วย หรือไม่เห็นด้วยกับกลุ่มการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะ

มีผู้ให้ความเห็นว่าในปัจจุบัน คุณลักษณะเช่นนี้:

1. มีค่าเท่ากับความเห็นแก่ตัว;

2. หาได้ยากหรือแทบไม่มีเลย; หรือ

3. เป็นเหมือนผี คือรู้ว่ามีแต่ยังไม่เคยเจอ

สลิ่ม (น.)

ความหมาย: บุคคลที่หลงคิดว่าตนมีสติปัญญา คุณสมบัติ ความเชื่อ หรือค่านิยมเหนือกว่าผู้อื่น ทว่าแท้จริงกลับไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน ไม่สามารถใช้ตรรกะหรือแสดงเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ จึงมักอ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือมีความเชื่อที่ผิดอยู่เสมอ ทั้งยังปากว่าตาขยิบ มีอคติและความดัดจริตสูง เกลียดนักการเมือง และไม่ชอบประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน

ที่มา: มาจากบุคคลที่อ้างว่าเกลียดเสื้อแดง แต่ไม่ยอมรับว่าตนเป็นเหลืองพันธมิตร บุคคลเหล่านี้เมื่อรวมตัวกันมักสวมเสื้อหลากสีสัน แลดูเหมือนของหวานประเภทหนึ่ง

สลิ่มเสื้อแดง (น.)

ความหมาย: คนเสื้อแดงที่มีคุณลักษณะหรือพฤติกรรมคล้ายสลิ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแสดงความคิดเห็นที่ไม่มีตรรกะหรือเหตุผลรับรองที่หนักแน่นเพียงพอ การไม่มีความเสมอต้นเสมอปลายในการเรียกร้องของตน และการเลือกปฏิบัติเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น

ที่มา: ใช้ครั้งแรกโดย ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในการวิพากษ์วิจารณ์การเคลื่อนไหวในการเรียกร้องความยุติธรรมของคนเสื้อแดงในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2554 แต่มิได้เอ่ยถึงกรณีที่อากงถูกพิพากษาจำคุก 20 ปีแม้แต่น้อย

ข้อมูลจาก มติชนออนไลน์


กระทู้: เด็ด! รู้จักศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย
เริ่มกระทู้โดย: akecity ที่ 4 ม.ค. 12, 04:27 น
ตรงเกาเหลีเหนือแห่งอุษาคเนย์ เป็นการบัญญัติที่ขาดตรรกะความเป็นจริงมากๆครับ

ไว้มีโอกาสจะเขียนอธิบายเรื่องนี้


ถ้าใครเชื่อตรรกะเรื่องเกาหลีเหนือแห่งอุษาคเนย์ ผมว่าคนๆนั้นนั่นแหล่ะ ที่อยู่ในกะลาแท้ๆ  q*020

ส่วนชาญวิทย์ บัญญัติอากงโกโฟเบีย ผมว่าจะเข้าตัวชาญวิทย์เองมากกว่า

ชาญวิทย์เองเคยบัญญัติศัพท์อะไรเห่ยๆแบบนี้มาครั้งนึงแล้ว

http://akecity.blogspot.com/2011/11/soldierophobia.html
 (http://akecity.blogspot.com/2011/11/soldierophobia.html)

คือใครทำอะไรที่ละเมิดกฏหมาย ชาญวิทย์บอกว่ากลั่นแกล้ง เหอะๆ

แต่ถ้าใครด่าฝ่ายที่ชาญวิทย์เชลีย ชาญวิทย์รีบออกมาปกป้องแบบแถๆ

เหมือนกรณีภาษาอังกฤษของนายกนั่นแหล่ะ ตรรกะชาญวิทย์อ่อนมากๆ

http://akecity.blogspot.com/2011/11/blog-post_19.html  (http://akecity.blogspot.com/2011/11/blog-post_19.html)



v

v
 q*082
คลิก  --> ศัพท์เด็ดโดนใจกว่าจากชินยิ่งเละถึงเสลดแดง!!

.
 q*027


กระทู้: เด็ด! รู้จักศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย
เริ่มกระทู้โดย: plk ที่ 4 ม.ค. 12, 16:56 น
คำว่าเหวงด้วย  ฮิๆๆๆ


กระทู้: เด็ด! รู้จักศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย
เริ่มกระทู้โดย: ใจตรงกัน ที่ 4 ม.ค. 12, 18:44 น
เห็นด้วยครับกับค.ห. 2  คุณ akecity ที่สุด


กระทู้: เด็ด! รู้จักศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย
เริ่มกระทู้โดย: sanya077 ที่ 5 ม.ค. 12, 07:57 น
บัญญัติกันออกมาเรื่อยๆ จนจำไม่ไหว..
ตั้งแต่ "สองมาตรฐาน"...เรื่อยมา จน "..มหาราษฎร์" เป็นคำเด็ดๆที่ตั้งใจให้
โดนใจ  ..แต่ก็ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป  หลายคำถูกใช้พร่ำเพรื่อจน
เลอะเทอะ มันจึงหมดคุณค่าความหมายไป
วันนี้ "สองมาตรฐาน" หมดไปแล้วหรือ  ตอบว่า ยัง เหมือนเดิม เพียงแต่
ฝ่ายที่ตนชอบขึ้นครองอำนาจ เลยเพลาการใช้....ก็เท่านั้น


กระทู้: เด็ด! รู้จักศัพท์การเมืองไทยร่วมสมัย
เริ่มกระทู้โดย: ชิิิ ที่ 5 ม.ค. 12, 08:59 น
ถ้าเจ้าของเพจเขียนด้วยความเป็นกลางก็จะกดlikeให้อยู่หรอก
แต่เท่าที่เข้าไปดู รู้สึกจะเอนไปทางซ้ายมากกว่านะ